Jump to ratings and reviews
Rate this book

ตัวโน้ตบนฝ่ามือ

Rate this book
เซโอะ มิซูกิ ออกแบบเสื้อผ้ามาทั้งชีวิต แต่กำลังจะต้องสูญเสียงานซึ่งเป็นทุกสิ่งทุกอย่างไปในวัย 45 ปี ขณะสับสนหลงทางอยู่นั้น เธอได้รับโทรศัพท์จากเค็งโงะ เพื่อนสมัยมัธยมที่จังหวัดบ้านเกิด แจ้งข่าวร้ายว่าอดีตครูประจำชั้นเข้าโรงพยาบาลเพราะป่วยหนัก...ครูผู้จุดประกายฝันและผลักดันให้เธอก้าวสู่โลกที่กว้างใหญ่กว่าเคย

การเดินทางกลับไปเยี่ยมครูผู้มีพระคุณ ได้พามิซูกิหวนคืนสู่อดีตที่ทิ้งร้างไปนาน สู่คนสำคัญของความทรงจำที่ห่างหายไปไร้การติดต่อ และสู่สถานที่เก่าๆ กับเหล่าผู้คนที่ต่างกอดเก็บปัญหาหลากหลายไว้แนบตัว แต่พร้อมยื่นมือออกมาประคับประคองกันและกันไว้

เรื่องราวของหลากชีวิตที่ต่างก็สู้อยู่เงียบๆ ในแบบของตัวเอง

288 pages, Paperback

Published October 1, 2022

54 people want to read

About the author

藤岡陽子

7 books

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
22 (42%)
4 stars
22 (42%)
3 stars
7 (13%)
2 stars
1 (1%)
1 star
0 (0%)
Displaying 1 - 11 of 11 reviews
Profile Image for Makmild.
807 reviews222 followers
January 10, 2024
เกือบเป็นเล่มที่เราไม่ได้อ่าน ถ้าไม่ได้มิตรสหาย (บุ้คคลับ) ชวนกันอ่านเล่มนี้

ตัวโน้ตบนฝ่ามือมีหลายอารมณ์และหลายเรื่องในเล่มมากๆๆๆ เราชอบตั้งแต่หน้าแรกๆ ที่จู่ๆ นางเอกก็ตกงานเพราะพิษเศรษฐกิจ ซึ่งปัญหาก็คือประเทศญี่ปุ่นย้ายโรงงานไปประเทศโลกที่สาม ทำให้คนงานและการผลิตสินค้า เช่นเสื้อผ้า ของบริษัทนางเอกสู้ทุนไม่ได้จนต้องค่อยๆ เลย์ออฟคนและจะปิดกิจการไป อันนี้เป็นประเด็นแรกที่ชอบ (แต่ไม่ได้บอกว่าเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย เรื่องนี้พูดกันยาว) เป็นช่วงจังหวะที่คุณครูของนางเอกสมัยมัธยมป่วยหนัก นางเอกเลยได้กลับมาบ้านเกิดของตัวเองแล้วหวนคิดถึงอดีตที่ไม่เคยลืมได้เลย

จากหน้าปกไอ้เราก็ไม่ได้คิดว่าเรื่องมันจะขมขนาดนี้ เพราะเรื่องสมัยเด็กของนางเอกก็เป็นเด็กยากจน แต่ก็ผ่านพ้นมาได้เพราะมีครอบครัวและเพื่อนสมัยเด็ก (ชินยะ) ซึ่งประเด็นที่สองที่เราชอบคือเรื่องราวสมัยเด็กของตัวละครในเล่ม ที่แบบเอ้า พี่ ผมก็ไม่ได้คิดว่าพี่จะเล่าแบบเนนนนนน้

คือเทคนิคการเล่าของเขาก็ธรรมดาแหละ แบบสลับอดีตปัจจุบันไปมาให้เราเห็นว่าตัวตนของตัวละครถูกถักถอเข้ามาไว้ด้วยกันได้ไง แต่เนื้อเรื่องที่เขาใส่เข้ามานี่สิ เอ้า ไม่คิดว่าคนนี้จะมีอดีตแบบนี้ ไม่คิดว่าคนนี้จะเจออะไรแบบนี้มาด้วย ซึ่งแต่ละคนเรื่องมันก็ทำไมพี่ต้องขมแบบอมบอระเพ็ดมาเล่า (ไม่ใช่เรื่องการโดนทารุณกรรมอะไร ไม่มีติด trigger warnning แต่อาจจะมีเรื่องการโดนกลั่นแกล้ง) อ่านไปน้ำตากลบหน้าไป

แต่พูดว่าขมเนี่ย จริงๆ มันก็ไม่ขมขนาดนั้น มันก็มีหวานๆ ที่แบบเรายังจำได้ (เพราะหวานน้อย…) แล้วเอามากรี้ดกร้าดกับเพื่อนๆ ว่าแบบ แหม แกรรรร

พูดงั้นพูดงี้ เหมือนจะมากรี้ดให้ฟังเฉยๆ เลยว่าชอบขนาดไหน ถึงตอนจบมันจะลงง่ายไปหน่อย แต่ก็ให้เขาเหอะ ชีวิตนี้คนเราจะยากไปทุกสเตปเพื่อ ขออะไรง่ายๆ ให้คนในเรื่องนี้มีความสุขทีเห้อะ
Profile Image for gam s (Haveyouread.bkk).
518 reviews231 followers
April 1, 2024
★★★★☆ 4.5 ปัด 5

ชอบจังงง ไม่ได้อ่านอะไรแบบนี้มาพักใหญ่ๆ หนังสือที่อ่านๆไปก็หัวเราะ อ่านๆไปก็ร้องไห้ 🥲 อ่านแล้วรู้สึกดี มีอารมณ์ร่วมกับตัวละครไปตลอดเรื่อง จนได้เห็นประวัติของคุณนักเขียนเลยถึงบางอ้อว่าทำไมดูเปิดกว้าง ใส่ประเด็นสังคมหนักๆ controversy ชวนให้ขบคิดอะไรต่อมิอะไรเข้ามาเยอะจัง

เป็นชีวิตพลิกผัน กึ่งๆ midlife crisis + coming of age ของมิซูกิ เซโอะ นักทำเสื้อผ้าวัย 45 ที่มีเหตุให้ต้องย้ายงาน ประกอบกับเพื่อนมัธยมโทรมาแจ้งข่าวเรื่องครูประจำชั้นป่วยหนัก เลยได้เดินทางกลับภูมิลำเนาเดิม ย้อนนึกถึงเรื่องราวมากมาย นึกถึงช่วงเวลาเก่าๆกับชินยะคุง เพื่อนสนิทที่เคยเล่นด้วยกันมาตั้งแต่เด็กๆ

เราชอบที่รสชาติของเรื่องราวมันช่างกลมกล่อม ไม่โลกสวยจนหวานเลี่ยน มีแต่ชีวิตคนที่ดูเหมือนโชคชะตาจะเล่นตลกซ้ำๆ ตอกย้ำว่ากว่าคนนึงๆจะโตมาเป็นผู้ใหญ่นี่ไม่ง่ายเลย การที่มิซูกิหันกลับไปมองตัวเองและเพื่อนๆในวัยเด็ก แถมยัง treat her childhood self อย่างอ่อนโยน แม้จะผ่านอะไรมามาก ก็ทำให้รู้สึกดี แต่ก็เศร้าจนอยากจะร้องไห้ (ก็ร้องแหละ เพราะเรารู้ได้ถึงความภูมิใจของมิซูกิ เมื่อมองย้อนกลับไปยังตัวเองในวัยเด็กมากจริงๆ แม้ตอนนั้นจะหลงทางและลำบากมากเลย)

ชอบมิซูกิมาก เสียงบรรยายออกจะถ่อมตัว แต่สัมผัสได้ว่างนางทั้งแสนเท่และเก่ง เอาจริงๆแล้วๅ คนที่รู้ความชอบของตัวเองและมีโอกาสได้ทำงาน หรือใช้ชีวิตในวงการนั้นๆอย่างเต็มเปี่ยมด้วยความรัก ก็เป็นพริวิเลจอย่างนึงนะ แต่พริวิเลจที่แท้จริงของมิซูกิ คือการได้เจอครูโทโกะ ต่างหาก อ่านแล้วรู้สึกว่าครูที่ดี เปลี่ยนชีวิตคนได้จริงๆ

พูดถึงครูโทโกะ ปมของครูก็โคตรจะ controversial หน่อย (หน่อยที่แปลว่ามาก โว้ย ช็อคมาก อ่านละกรรมการอึ้ง) คือมันก็เป็นปัญหา grooming แบบตะโกน เจ้าตัวเองก็ยอมรับ แต่จริงๆ นิยายไม่ได้เอามาเป็นประเด็นขนาดนั้นเพราะ address กันตอนแย้มฝาโลงแล้ว ซึ่ง เออ ทั้งๆที่มันน่าโมโหมากๆ แต่ลึกๆเรากันรู้สึกเศร้ามากกว่ากับเรื่องนี้ ...

จะว่าไป นิยาย women's fiction ของญี่ปุ่นมันทำงานกับเราได้ดี๊ดี อาจจะดีกว่าของฝรั่งด้วยซ้ำ เพราะมันดูแหกขนอบกว่ามากโดยที่ไม่ต้องมาทำให้เป็นเรื่องใหญ่ เช่น เอาง่ายๆเลย ทางเลือกที่จะเป็นโสดตลอดชีวิตของมิซูกิ เขาก็ดูอยู่ได้ แฮปปี้กับชีวิตที่มี และมีความสุขจากเบื้องลึกในใจจริงๆ (นิยาย contem ตะวันตกนี่อย่าหวังจะเจอตัวละครแบบนี้เลย เอะอะจับหาคู่ ไม่ก็ให้ไปรักกับชายแก่คราวพ่ออย่างเดียว) — แต่ก็อาจจะมีคนแย้งเรื่องตอนจบ เพราะมันก็อือ ☺👉👈 ถึงจะครองตัวเป็นโสด แต่ถ้าวันนึงความรักมันมา มันก็ตามนั้นแหละ

ไม่ได้มองว่าปมคลี่คลายง่ายๆหรือจบง่ายๆลงล็อคโป๊ะเช๊ะขนาดนั้น เพราะตัวละครทุกคนก็มีชีวิตที่ทุกข์ระทมมานานแล้ว ความไม่สมหวังในหลายๆอย่างก็เหมือนทำให้ใช้ชีวิตได้ไม่เต็มที่ ปล่อยให้พวกเขาได้มีความสุขแบบง่ายๆบ้างก็ได้ เราโอเค 🤟
Profile Image for lostlessboy*.
111 reviews52 followers
February 10, 2024
เอาไปเลย 5 ดาวเล่มแรกของปี 2024 ดีสัดๆ ดีโคตร

ไม่คิดว่าจะเจอนิยายญี่ปุ่นที่รสชาติอบอุ่นเจือความขมขื่นได้อย่างลงตัวขนาดนี้ ตอนอ่านเรื่องย่อที่เล่าว่ามิซูกิดีไซเนอร์ออกแบบเสื้อผ้าอายุ 45 ปี ต้องออกจากบริษัทแล้วกลับไปที่บ้านเก่าต่างจังหวัดเพราะเพื่อนสมัยมัธยมโทรมาบอกว่าครูผู้หญิงที่เธอนับถือป่วยหนัก ก็แอบสงสัยว่าเรื่องมันจะออกแนวฮีลใจ เย็นใจ เหมือนเล่มก่อนๆ ของสนพ.แซนด์วิซปล่อยมาหรือเปล่า (และนั่นเลยเป็นเหตุผลที่ไม่ได้ซื้อมาอ่าน ขอบคุณมิตรสหายที่ส่งมาให้ ทำให้ได้พบของดีที่ไม่แมสแบบนี้) ผลคือไม่เลย มันเข้มข้น ดราม่า ขมแบบขมเลย แต่เป็นความขมที่เมื่อลิ้มรสแล้วกัดลงไปจะมีรสหวานฝ่านๆ ที่ปลายลิ้น เป็นรสของความผูกพันในครอบครัว พี่น้อง เพื่อนพ้อง รวมถึงความรัก

ชอบวิธีการเล่าของนักเขียนมากๆ ที่เรื่องเล่าผ่านตัวมิซูกิที่กลับไปบ้านเกิด แล้วพอเจอสิ่งไหน นึกอะไรออก ก็ตัดภาพย้อนเอาไทม์ไลน์ที่ตัวมิซูกิไปเกี่ยวข้อง เป็นตัวแปรในเหตุการณ์ หรือรู้เห็นความเป็นไปในสถานการณ์นั้นๆ มาเล่า เอาจริงๆ นิยายคือมีความเป็นแฟรกเมนต์ชิ้นใหญ่หลากชิ้นที่ร้อยเรียงปะติดปะต่อเล่าตัดปัจจุบัน อดีต อนาคตผ่านการเดินทาง เติบโตจากเด็กประถม มัธยม มหาวิทยาลัย สู่วัยทำงานจนกลางคน ที่ทำได้สมูธ ลื่นไหล เหมือนพาคนอ่านอย่างเราเข้าไปรู้จักทั้งมิซูกิและผู้คนสำคัญในวัยเด็กรอบข้างเธอ นิยายคือเล่าชีวิตคนนับสิบๆ คนที่เกี่ยวข้องกันได้แบบไม่งง ใต้ความอ่านง่ายคือความเก่งกาจและการทำงานหนักของนักเขียน ขอคารวะ

แล้วแต่ละตัวละครก็ อห ดราม่ามากๆ มีทั้ง ความจน พิษเศรษฐกิจ ปัญหาเรื่องบูลลี่ คือเป็นนิยายที่ให้ภาพความเกิดมามีไม่เท่ากันได้ชัดแจ้งมาก แล้วที่สำคัญคือองค์ประกอบที่มันดูจะดราม่าหนักๆ อย่างเรื่องสูญเสียพี่น้อง พ่อตาย ไปจนถึงการพลัดพรากของความรักในหลายๆ คู่ นักเขียนเขาเขียนแบบไม่พยายามจะดราม่า เขียนแบบไม่ตั้งใจจะขยี้ แต่แบบเล่าว่าเกิดเหตุการณ์โศกนาฏกรรมแบบนี้ขึ้นนะ แล้วมันส่งผลยังไงต่อมิซูกิและคนรอบๆ ข้างพวกเขา ผลลัพท์คือความไม่เลี่ยน ไม่เบือนหน้าหนี ไม่เบะปาก แต่ได้ความมีเนื้อมีหนังแบบเข้มข้นอะะ

ชอบมากอีกว่ามันไม่ได้มีแค่ความขม ดราม่า เข้นข้น แต่รสแบบอ่อนโยนนิยายเล่มนี้ก็มีและทำถึง ไม่ว่าจะเรื่องการทำตามความฝัน โอบกอดความหวัง ต่อสู้ดิ้นรนเพื่อที่จะมีชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อที่จะยืนหยัดด้วยล้ำแข้งด้วยศักดิ์ศรีความเป็นคน ซึ่งพาร์ทนี้แม่งทรงพลังมากๆ

สรุปไม่อยากให้มองข้ามเล่มนี้เลย เชียร์ให้หามาลองอ่านกันเยอะๆ ครับ
Profile Image for Mook Woramon.
902 reviews201 followers
April 20, 2023
ขอบคุณหนังสือเล่มนี้ที่ทำให้ตระหนักถึงคุณค่าของมิตรภาพและความทรงจำ

น้ำตาซึมตลอดเรื่อง อบอุ่นใจเหลือเกิน

ตัวเราคือความทรงจำและผู้คนร้อยเรียงเข้าด้วยกัน บางเรื่องในหนังสือเล่มนี้ก็ทำให้ระลึกถึงตัวเราในอดีตเหมือนกัน ชั้นลืมเรื่องเหล่านั้นไปได้ยังไงกันนะ

เข้าใจแล้วว่าทำไมคนสูงอายุถึงชอบพูดถึงเรื่องอดีต มันเป็นความสนุกที่อยู่ ๆ นึกขึ้นมาได้ ว่าเคยมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้นด้วยนี่นา

อ่านเล่มนี้แล้วเหมือนได้นั่ง Time Machine ย้อนเวลาเลย 😁😁
Profile Image for eve.
98 reviews
March 27, 2024
เล่มนี้เป็นหนังสือแปลญี่ปุ่นที่ไม่ได้มีการปลอบประโลม ฮีลใจอะไรใด ๆ ซึ่งเราแอบคิดว่าคำนี้มัน cliché เสียเหลือเกิน อะไร ๆ ก็ฮีลใจไปหมด อบอุ่นหัวใจ มันมีแหละหนังสือเล่มที่อ่านแล้วรู้สึกสบายใจจริง ๆ แต่บางเล่มก็ไม่ได้ทำให้รู้สึกถึงคำเหล่านั้นที่เอามายกยอเสียเลย จนถึงตอนนี้มันเลยทำให้รู้สึกอคติอยู่นิด ๆ ที่หนังสือสมัยนี้เอาแต่คำนี้มาขายจนมันเกลื่อนไปหมด (ความในใจ ไม่ได้เกี่ยวกับหนังสือแต่อย่างใด)

หนังสือเล่มนี้เป็นเรื่องราวของมิซูมิ สาวโสดวัย 45 ในยุคฟองสบู่แตก ที่อยู่ ๆ วันหนึ่งก็ต้องมาเสียงานที่ตนรักไปเนื่องจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย การเสียงานที่รักที่ทำมาทั้งชีวิตเลยทำให้ชีวิตเกิดความไขว้เขวอยู่ประมาณหนึ่ง แต่ในช่วงวิกฤตนี้ก็มีโอกาสได้พบปะกับผู้คนที่ได้หล่นหายไปตามกาลเวลา ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนสมัยมัธยม คุณครูที่โรงเรียน หรือเพื่อนบ้านที่สนิทกันมาก ๆ

ระหว่างที่อ่าน เรารู้สึกชอบ แต่พออ่านจบกลับไม่ได้ชอบอะไรขนาดนั้น อาจจะเพราะตอนจบนั้นมีการขมวดปมแบบที่ง่ายเกินไป เกินไปจนเราสงสัยว่าชีวิตจริงอะไรมันจะง่ายได้ขนาดนี้เหรอ แต่พอคิดอีกที จริง ๆ แล้วมันก็คือนิยายที่บางทีก็ไม่ได้จำเป็นต้องทำให้อะไร ๆ มันยากเกินไปก็ได้ ถ้าชีวิตมันจะมีจังหวะประจวบเหมาะแบบนั้นบ้างก็คงไม่เสียหายอะไร (มั้งนะ — ก็ถ้าเจอปัญหาถาโถมมาขนาดนั้น ถ้าจะมีจังหวะไหนที่ชีวิตเป็นไปตามที่หวังไว้ก็คงจะดีไม่น้อย)

การดำเนินเรื่อง เล่าเรื่องชีวิตของมิซูมิในปัจจุบัน ย้อนตัดสลับไปในอดีตสมัยเด็ก ๆ ตัวละครหลักมีมิซูมิเองและชินยะ (ที่ถูกพูดถึงมาอยู่เรื่อย ๆ) ที่เป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่สมัยเด็ก ๆ รวมไปถึง side kicks ที่เป็นสมาชิกครอบครัวของทั้งคู่ อย่างที่เกริ่นไปว่าทั้งสองบ้านมีชีวิตหาเช้ากินค่ำ ไม่ได้มีเงินเหลืออะไรมากมายในการไปทำกิจกรรมต่าง ๆ หากแต่มี dynamic อื่น ๆ ที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นพฤติกรรมของตัวละครหลักเอง และพ่อแม่ที่เลือกเดินในเส้นทางที่แตกต่างกัน จนทำให้เกิดปัญหาในชีวิตที่มากมาย อีกทั้งยังพูดถึงประเด็นอื่น ๆ อีกเยอะมาก — ความรักของครอบครัว/เพื่อน/พี่น้อง ความจน ปัญหาครอบครัว การเรียน การทำงาน midlife crisis การหาจุดยืนของตัวเองในขณะที่สิ่งรอบตัวไม่เป็นใจ

ความสัมพันธ์ในเรื่องที่เกิดขึ้นมีทั้งความสัมพันธ์ของเพื่อนสมัยเด็กที่มีแต่ความหวังดีให้กันจริง ๆ รวมไปถึงความสัมพันธ์ของพี่น้องที่น้อง ๆ มีแต่ความเคารพให้พี่ทั้ง ๆ ที่ช่วงอายุที่พูดถึงเป็นเพียงช่วงอายุ 10 กว่า ๆ เท่านั้นเอง แต่พี่คนโตในช่วงอายุนั้น กลับดูโตกว่าเด็ก ๆ เยอะเลย แต่แล้วก็เกิดเหตุการณ์ที่ทำให้เด็ก ๆ ต้องใจสลาย ทั้งเด็ก ๆ และครอบครัวเองก็ต้องมา handle เหตุการณ์อันหนักอึ้งนั้น ทั้ง ๆ ที่ชีวิตพวกเค้าก็ลำบากมากพออยู่แล้ว อ่านแล้วก็เศร้าใจที่บางคนต้องมาเจอเคราะห์ซ้ำกรรมซัดราวกับว่าชีวิตไม่เคยมีอะไรดีเกิดขึ้นเลย

นอกจากปัญหาในอดีตแล้วก็ยังมีเรื่องในปัจจุบันที่มิซูมิต้องเจอ เป็นปัญหาที่ตัวเองต้องแก้ไขเองในวัยผู้ใหญ่ การกลับบ้านเกิดเพื่อไปเจอคุณครูที่ป่วยหนัก พี่ชายที่ไม่ได้สนิทกันเท่าไรนักเมื่อเติบโตมา การตามหาเพื่อนวัยเด็กที่ห่างหายจากชีวิตไป และที่สุดแล้วคือการแก้ไขปัญหาการงานที่เปรียบเสมือนชีวิตของเธอ ในวัย 45 แต่กลับมาต้องตกงาน ไม่รู้จะหันหน้าไปทางไหนเลย

สิ่งที่เราชอบคือรายละเอียดในเรื่องมันเรียลดี มันไม่ได้ทำให้โลกของนิยายนี้สวยหรูจนเกินไป มีการพูดถึงความลำบากของชีวิตคนญี่ปุ่นสมัยนั้นที่หาเช้ากินค่ำ ใช้แรงงาน ทำงานจนค่ำมืด พลางเลี้ยงลูก ๆ ไปด้วย — ชีวิตของมิซูมิเองไม่ได้สบายอะไร ครอบครัวลำบาก พ่อชอบเล่นการพนัน ส่วนชีวิตของเพื่อนบ้านมิซูมิที่ชื่อชินยะ ก็ลำบากในอีกรูปแบบหนึ่ง พูดได้ว่ามันเป็นเรื่องราวของคนจริง ๆ ที่ไม่ได้ทำให้เกิดภาพจำเพียงด้านเดียว แต่แสดงให้เห็นว่าจริง ๆ แล้วความลำบากนั้นมีอยู่ทั่วไป

แต่จริง ๆ มีประเด็นหนึ่งที่เรารู้สึกไม่ชอบคือเรื่องความสัมพันธ์ของเพื่อนมิซูมิและคุณครู จะไม่สปอย (แต่เขียนมาขนาดนี้ก็อาจจะเดาได้) เรารู้สึกว่ามันเป็นการ romanticise เกินไปหน่อย เอามาเขียนแบบนี้ทำให้มันรู้สึกว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้ทั่วไป แต่เรากลับรู้สึกแปลกและไม่ชอบที่ยัดเยียดประเด็นแบบนี้มาใส่ในเรื่อง ถึงแม้ว่าตอนที่เติบโตมา อายุอาจจะไม่ได้ดูแตกต่างกันนัก แต่หากย้อนกลับไปตอนที่มิซูมิยังอยู่ในวัยมัธยม มันเป็นเรื่องที่รับไม่ได้และฟังดูแย่

จะว่าชอบก็ได้อยู่ จะว่าไม่ชอบก็ไม่ขนาดนั้น เราว่าเราเฉย ๆ เพราะเรื่องราวเองก็ไม่ได้สนุกอะไรขนาดนั้น อ่านได้เรื่อย ๆ ทิ้งอะไรไว้ให้คิดนิดหน่อยแต่ไม่เยอะมาก อีกอย่างคือเขียนรีวิวไม่ออกเพราะทิ้งไปนานเกิน ขี้เกียจง่ะ แหะ
Profile Image for อ่านหลังเขา.
12 reviews24 followers
November 20, 2022
หนังสือเล่าเรื่องตัดสลับระหว่างอดีตและปัจจุบัน ซึ่งดึงดูดให้เราตามอ่านไปเรื่อย ๆ จนจบ เพราะอยากรู้ว่าทำไมชินยะถึงขาดการติดต่อไป แอบให���ความรู้สึกถึงหนังญี่ปุ่นเรื่อง Love Letter บาง ๆ เพราะเป็นเรื่องความรัก ความสัมพันธ์ในวัยเรียน ซึ่งก็อบอุ่นหัวใจได้ไม่แพ้กัน

ตัวโน้ตบนฝ่ามือ อาจจะตั้งใจเขียนขึ้นเพื่อให้กำลังใจกับคนที่กำลังสับสนและไม่รู้จะลุกขึ้นสู้ชีวิตอย่างไร แต่หนังสือก็ไม่ได้บอกแบบชัด ๆ ว่าแต่ละคนควรทำอย่างไร เพราะคนเราต่างก็มีวิธีสู้ของตนเอง ไม่ว่าเราจะเรียนรู้ที่จะหนีไม่ให้ถูกลูกบอลอัด หรือเรียนรู้ที่จะวิ่งจนสุดแรงให้ถึงเส้นชัยเพื่อเพื่อนในทีม แบบไหนก็ตามแต่ ขอแค่อย่ายอมแพ้ให้กับชีวิตที่อาจจะไม่ได้สวยงามทุกเมื่อก็เพียงพอ
Profile Image for Siwabhorn Anothaisintawee.
542 reviews65 followers
April 1, 2023
มิซูกิกับชินยะเป็นเพื่อนบ้านกันมาตั้งแต่เล็ก ทั้งคู่มีความทรงจำดีๆ กับต่อกันมากมาย แต่ต้องมาแยกทางกันตอนม.ปลาย เมื่อมิซูกิสอบเข้าโรงเรียนออกแบบเสื้อผ้าที่โตเกียวได้ ถึงแม้ชินยะจะเคยสัญญาว่าจะไปหามิซูกิที่โตเกียว แต่ทั้งสองกลับไม่เคยได้พบกัน

เมื่อโตขึ้นมิซูกิได้เป็นดีไซน์เนอร์ออกแบบเสื้อผ้า แต่แล้ววันหนึ่งบริษัทที่ทำงานมานานได้ออกมาประกาศว่าจะปิดกิจการ ทำให้มิซูกิต้องเริ่มหาที่ทางใหม่ ประจวบเหมาะกับที่เพื่อนสมัยเรียนติดต่อมาว่าคุณครูผู้มีพระคุณของมิซูกิกำลังป่วยหนัก มิซูกิจึงลางานเพื่อเยี่ยมไข้ครู

การมาเยี่ยมครูครั้งนี้ทำให้มิซูกิได้ระลึกถึงความหลังที่มีต่อชินยะ รวมถึงได้รู้เรื่องของเขาในมุมที่ไม่เคยรู้มาก่อนอีกด้วย

หนังสือ feel good ที่เหมาะกับอ่านในวันที่มีเวลาว่างมากๆ สำหรับเราคิดว่ามันเนือยๆ ไปนิด

Goodreads ให้ 4.2 เราให้ 3.8
Profile Image for janeny ไก่บิน.
185 reviews3 followers
April 3, 2025
อบอุ่นหัวใจ การได้ย้อนไปอดีตเมื่อเราเริ่มมีอายุมากขึ้นมันมีความสุข ทั้งเศร้าคละเคล้ากันไป
อ่านได้เรื่อยๆ ไม่หวือหวาแต่งดงาม
Profile Image for Nuchyma.
55 reviews
July 5, 2024
เป็นหนังสือที่มีครบรส ทั้งสุข เศร้า ดีใจ สิ้นหวัง การลุกขึ้นสู้ใหม่ได้อีกครั้ง เป็นหนังสืออีกเล่มนึงของปีที่อ่านจบแล้วชอบมากๆ การเล่าเรื่องอาจจะไม่หวือหวา เล่าตัดผ่านอดีตสลับกับปัจจุบัน แต่ก็ไม่ได้ทำให้งุนงงหรือสับสน เนื้อเรื่องน่าติดตามและคอยเอาใจช่วย
เรื่องเล่าผ่านตัวละครมิซูกิเป็นหลักว่าเข้าไปพบเจอกับเหตการณ์อะไรบ้างทั้งเรื่องในอดีตและปัจจุบัน นักเขียนเล่าเรื่องได้เป็นอย่างดีทำให้คอยพลิกหน้ากระดาษถัดไปอยู่เสมอ สามารถอ่านได้ยาวๆ เหมือนการได้อ่านไดอารี่ของตนเองแล้วเห็นภาพในวันวานแจ่มจ้าขึ้นมา

ชอบประโยคนึงบนหน้าปกมากเลยที่เขียนว่า "เพราะการดำรงอยู่ของคนเรา อาจเป็นตัวโน๊ตที่มีความหมายสำหรับชีวิตใครบางคน"
ตอนแรกก็ไม่เข้าใจว่าทำไมหนังสือเล่มนี้ถึงชื่อ ตัวโน๊ตบนฝ่ามือ ทั้งๆ ที่ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับดนตรีเลย แต่พออ่านไปเรื่อยๆ กลับได้เห็นความสัมพันพันธ์ของมิซูกิเรียงร้องเข้ากับตัวโน๊ตได้ และเพราะการมีอยู่ของมิซูกินีแหละที่กลายเป็นตัวโน๊ตที่มีความหมายต่อชีวิตของครอบครัวโมริชิมะ

ไม่แน่นะคุณอาจจะเป็นตัวโน๊ตสำคัญในชีวิตใครบางคนอยู่ก็เป็นได้...
Profile Image for Froggie.
794 reviews40 followers
April 21, 2023
เหมือนได้อ่านการ์ตูนโจเซย์ดีๆสักเรื่อง ชอบอารมณ์ของการกลับไปพบกันอีกครั้งของผู้คนที่ตกหายไปในกระแสเวลา การเล่าเรื่องตัดสลับระหว่างปัจจุบันและอดีต ค่อยๆเผยความจริงออกมาทีละนิดๆ ชวนให้ติดตาม วางตัวละครดี หลายฉากที่เห็นนิ่งๆแต่กระแทกใจแรง รู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยในขณะอ่าน อาจจะเพราะเราเคยผ่านช่วงเวลาเดียวกับตัวละครมา ทำให้ความคิดไปในทางเดียวกันได้ คิดว่าผู้หญิงอายุมากหน่อยอ่านเล่มนี้น่าจะอินกว่าผู้ชายอายุน้อย

ในด้านความรักเป็นแบบเงียบๆค่อยๆเผยตัว ทั้งที่บทน้อย แต่กลับทำให้เราเชื่อได้ จดหมายคือฟิน ชอบสารที่สื่อด้วย คนเราต่างมีวิธีสู้ของตัวเองนะ

หนังสือเล่นประเด็นสังคมที่หลากหลาย อย่างเช่น การกลั่นแกล้งในโรงเรียน คุณค่าในตัวเองของผู้หญิง ปัญหาสุขภาพจิต neurodivergence ตอนอ่านนี่รู้สึกชื่นชมคนเขียนที่ดูเป็นญี่ปุ่นหัวก้าวหน้าเปิดกว้างกับโลกภายนอก สำนึกถึงสิ่งที่ต้องปรับเปลี่ยน แต่ก็ภูมิใจในสิ่งดีๆที่มีอยู่ พอเห็นโปรไฟล์ข้างหลังก็ถึงบางอ้อ
Profile Image for Patthamon Wongnak.
13 reviews
January 2, 2023
ชีวิตคนเราประกอบด้วยอะไรมากมายกว่าจะมาถึงปัจจุบัน อดีตที่ขมขื่น อุปสรรค แผลใจ ความฝันสลาย แต่เราล้วนมีวิธีสู้และพาชีวิตไปในแบบที่เหมาะกับตัวเอง ไม่ว่าวิธีไหนหรือใช้เวลานานเพียงใด - เป็นหนังสือที่ให้ความรู้สึกอิ่มเอมใจมากสำหรับเริ่มต้นปีใหม่
Displaying 1 - 11 of 11 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.