Cephalopodophil.98 reviewsFollowFollowDecember 31, 2022อ่านจบแล้ว #รัฐสยดสยอง นำเสนอประวัติศาสตร์อารมณ์ของความสยดสยองตั้งแต่ยุคจารีตไปจนถึงยุคการทำให้ศิวิไลซ์ของรัฐสยาม ความน่าสนใจคือการเน้นไปที่ผู้จัดการความสยดสยองในยุคต่าง ๆ ซึ่งเป็นเหมือนแขนขาของชนชั้นนำสยามในการใช้ระบอบความสยดสยองปกครองผู้คน และป้องปรามอาชญากรรม ขณะเดียวกันก็ต้องลดรูปความสยองในกฎหมายจารีตนครบาลเพื่อต่อรองกับชาติตะวันตกที่มองความสยองในที่สาธารณะเป็นความไร้อารยะ อย่างไรก็ดี หนังสือไม่ได้แยกอารมณ์ความสยดสยองออกจากวัตถุที่(อาจ)สร้างความสยดสยอง เช่น ซากศพ ความโสโครก ซึ่งอย่างหลังน่าจะเป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อมและผัสสะมากกว่าประทับใจอีกอย่างคือหลักฐานชั้นต้นเยอะมาก แต่การวิเคราะห์กฎหมายจารีตและคำพิพากษาอาจต้องตระหนักถึงประเภทความผิด และ discrepancy ระหว่างความคาดหวังกับปฏิบัติการทางสังคมโดยรวมนับเป็นหนังสือประวัติศาสตร์อารมณ์ของไทยที่น่าสนใจเล่มหนึ่ง รออ่านประวัติศาสตร์นิพนธ์ที่ไม่ได้เล่าจากศูนย์กลางแบบนี้อีก
Fai C. -160 reviews9 followersFollowFollowNovember 1, 2022เป็นหนังสือที่น่าสนใจมากๆ เพราะพูดถึงเรื่องการทำให้ศิวิไลซ์ผ่านเลนส์ประวัติศาสตร์อารมณ์ ความรู้สึกสิ่งที่อยากรู้/อยากเข้าใจมากขึ้นคือเรื่องประวัติศาสตร์อารมณ์ในฐานะ framework ของงานชิ้นนี้ อยากรู้เพิ่มเติมว่ามันคืออะไร มีขอบเขตการศึกษาอะไรยังไงบ้าง เข้าใจว่าที่ไม่ใส่รายละเอียดเรื่องนี้มาเยอะเพราะเล่มนี้เป็นหนังสือ ต้องทำให้คนทั่วๆไปอ่านเข้าใจง่าย ไม่ใช่วิทยานิพนธ์ที่ต้องอธิบายละเอียดท้ายบททุกบทจะมีการวิเคราะห์/สรุปความของผู้เขียน ทำให้เราเข้าใจง่ายขึ้น แต่บทสรุปมักจะขึ้นต้นด้วยคำว่า กล่าวได้ว่า ซึ่งพอใช้ซ้ำๆทุกบทก็เลยทำให้มันดูเป็น pattern มากๆสรุปคือ เป็นหนังสือกึ่งวิชาการ น่าสนใจ อ่านง่าย และทำให้ได้รู้หลายๆเรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อน น่าจะถูกใจนักอ่านหลายๆคน :-)
tcheaw25 reviewsFollowFollowApril 1, 2023เป็นหนังสือที่คอนเซ็ปน่าสนใจมาก เพราะศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์อารมณ์ความรู้สึกในห้วงก่อนและสมัยการปฏิรูปในทศวรรษ 2430s ของสยาม และก็คงเป็นอีกเล่มที่เป็นจักรวาลวิทยาในการศึกษาการเข้ามาของตะวันตกและทำให้เป็นศิวิไลซ์รัฐสยดสยอง มันสยดสยองอย่างไร? ผู้เขียนพาไปสัมผัสกับความสยดสยองของแนวคิดที่รัฐเข้ามามีบทบาทในการควบคุมความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคม ในยุครัฐจารีต รัฐควบคุมและลงโทษผู้กระทำผิดผ่านกฎหมายตราสามดวงอย่างโหดร้ายป่าเถื่อน ตามด้วยการลงโทษหลังความตายในไตรภูมิกถา และเกิดใหม่ก็ยังต้องรับเวรกรรมไปอยู่อย่างนั้นขณะที่ยุคอิทธิพลของตะวันตกเริ่มมีบทบาท ความสยดสยอง คือ การที่บ้านเมืองสยามสกปรก โสโครก น่ารังเกียจ ไม่มีสุขอนามัยที่ดี จนทำให้ชนชั้นนำต้องสร้างกลไกขึ้นมากำจัดความสยดสยองนั้น ได้แก่ ขุนกะเฬวราก (กำจัดศพ) กองตระเวนและกรมสุขาภิบาล (ดูแลความสะอาดบ้านเมือง) โรงพยาบาล (รับมือโรคต่าง ๆ) กระทรวงยุติธรรมหรือศาล (ตัดสินโทษต่าง ๆ) และยิ่งเมื่อสยามเอากลไกกำจัดความสยดสยองมาใช้ปรากบฏผีบุญ กบฏเงี้ยว กลไกที่กำจัดความสยดสยองก็เท่ากับความสยดสยองเสียเอง
Niadam Kaday37 reviewsFollowFollowJanuary 11, 2025เปิดมุมมองใหม่ๆ ได้เห็นความโสโครกของสยาม ที่ซื้อมาอ่านเพราะโดนอาจารย์สุจิตต์ป้ายยา หนังสือเน้นเล่าเรื่องในช่วงยุคจารีต อยากให้สอดแทรกความสยองของยุคสมัยใหม่ด้วย ซึ่งก็ยังมีอยู่ถึงยุคปัจจุบัน ถือว่าคุ้มค่าครับเล่มนี้This entire review has been hidden because of spoilers.
Froggie796 reviews40 followersFollowFollowNovember 28, 2024เป็นหนังสือประวัติศาสตร์ที่แปลกดี เพราะพูดถึงแง่มุมของประชาชนคนธรรมดาด้วย ไม่ได้หมุนรอบชนชั้นปกครองเพียงอย่างเดียว เนื้อหาเกี่ยวกับการปฏิรูปสยามในช่วงทศวรรษ 2430 ซึ่งแต่เดิมประวัติศาสตร์นิพนธ์กระแสหลักจะกล่าวว่าชนชั้นนำทำไปเพื่อให้สร้างความเป็นอารยะให้สยาม ผ่านการรวมศูนย์อำนาจและวางระบบราชการสมัยใหม่ แต่เล่มนี้โต้แย้งว่า กระทำโดยการจัดระเบียบอารมณ์ความรู้สึกในสังคม โดยเน้นไปที่ "ความสยดสยอง" เป็นหลักเล่มนี้ก็เป็นงานเขียนที่ดัดแปลงมาจากวิทยานิพนธ์์อีกเช่นเคย ในแง่หนึ่งเลยทำให้มีความเป็นวิชาการค่อนข้างสูง ใครชอบอ่านหลักฐานชั้นต้นนี่ฟินแน่ๆ ตัวอย่างและรายละเอียดเยอะสุดๆ แหล่งที่มายาวเป็นหางว่าว เรามีตาเบลอๆไปบ้าง แต่ในแง่ดีก็คือมีสรุปท้ายบทให้เป็นระยะๆ3.5 ดาว year-2023
Prai Keawpran36 reviews1 followerFollowFollowDecember 31, 2023อ่านแล้ว เข้าใจความเป็นไปของการจัดการกฎหมาย หรือวิถีของคนไทยต้นรัตนโกสินทร์มากขึ้น ในหนังสือเรียนประวัติศาสตร์ไม่เคยเล่าถึงเนื้อหากฎหมานตราสามดวง ไม่เคยรู้เลยว่า อุปนิสัยของคนไทยสมัยก่อนเป็นอย่างไร ได้เห็นมุมมองที่ชนขั้นนำมองราษฎร ชาวต่างชาติมองคนไทยในสมัยก่อน ซึ่งเราก็ผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้แล้ว มียกตัวอย่างบันทึกที่น่าสนใจและจำนวนมาก อ่านแล้วก็รู้สึกถึงความสยดสยองอยู่นะ