Cephalopodophil.98 reviewsFollowFollowDecember 31, 2022อ่านจบแล้ว #รัฐสยดสยอง นำเสนอประวัติศาสตร์อารมณ์ของความสยดสยองตั้งแต่ยุคจารีตไปจนถึงยุคการทำให้ศิวิไลซ์ของรัฐสยาม ความน่าสนใจคือการเน้นไปที่ผู้จัดการความสยดสยองในยุคต่าง ๆ ซึ่งเป็นเหมือนแขนขาของชนชั้นนำสยามในการใช้ระบอบความสยดสยองปกครองผู้คน และป้องปรามอาชญากรรม ขณะเดียวกันก็ต้องลดรูปความสยองในกฎหมายจารีตนครบาลเพื่อต่อรองกับชาติตะวันตกที่มองความสยองในที่สาธารณะเป็นความไร้อารยะ อย่างไรก็ดี หนังสือไม่ได้แยกอารมณ์ความสยดสยองออกจากวัตถุที่(อาจ)สร้างความสยดสยอง เช่น ซากศพ ความโสโครก ซึ่งอย่างหลังน่าจะเป็นเรื่องของสิ่งแวดล้อมและผัสสะมากกว่าประทับใจอีกอย่างคือหลักฐานชั้นต้นเยอะมาก แต่การวิเคราะห์กฎหมายจารีตและคำพิพากษาอาจต้องตระหนักถึงประเภทความผิด และ discrepancy ระหว่างความคาดหวังกับปฏิบัติการทางสังคมโดยรวมนับเป็นหนังสือประวัติศาสตร์อารมณ์ของไทยที่น่าสนใจเล่มหนึ่ง รออ่านประวัติศาสตร์นิพนธ์ที่ไม่ได้เล่าจากศูนย์กลางแบบนี้อีก
tcheaw25 reviewsFollowFollowApril 1, 2023เป็นหนังสือที่คอนเซ็ปน่าสนใจมาก เพราะศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์อารมณ์ความรู้สึกในห้วงก่อนและสมัยการปฏิรูปในทศวรรษ 2430s ของสยาม และก็คงเป็นอีกเล่มที่เป็นจักรวาลวิทยาในการศึกษาการเข้ามาของตะวันตกและทำให้เป็นศิวิไลซ์รัฐสยดสยอง มันสยดสยองอย่างไร? ผู้เขียนพาไปสัมผัสกับความสยดสยองของแนวคิดที่รัฐเข้ามามีบทบาทในการควบคุมความเป็นระเบียบเรียบร้อยของสังคม ในยุครัฐจารีต รัฐควบคุมและลงโทษผู้กระทำผิดผ่านกฎหมายตราสามดวงอย่างโหดร้ายป่าเถื่อน ตามด้วยการลงโทษหลังความตายในไตรภูมิกถา และเกิดใหม่ก็ยังต้องรับเวรกรรมไปอยู่อย่างนั้นขณะที่ยุคอิทธิพลของตะวันตกเริ่มมีบทบาท ความสยดสยอง คือ การที่บ้านเมืองสยามสกปรก โสโครก น่ารังเกียจ ไม่มีสุขอนามัยที่ดี จนทำให้ชนชั้นนำต้องสร้างกลไกขึ้นมากำจัดความสยดสยองนั้น ได้แก่ ขุนกะเฬวราก (กำจัดศพ) กองตระเวนและกรมสุขาภิบาล (ดูแลความสะอาดบ้านเมือง) โรงพยาบาล (รับมือโรคต่าง ๆ) กระทรวงยุติธรรมหรือศาล (ตัดสินโทษต่าง ๆ) และยิ่งเมื่อสยามเอากลไกกำจัดความสยดสยองมาใช้ปรากบฏผีบุญ กบฏเงี้ยว กลไกที่กำจัดความสยดสยองก็เท่ากับความสยดสยองเสียเอง
Fai C. -156 reviews8 followersFollowFollowNovember 1, 2022เป็นหนังสือที่น่าสนใจมากๆ เพราะพูดถึงเรื่องการทำให้ศิวิไลซ์ผ่านเลนส์ประวัติศาสตร์อารมณ์ ความรู้สึกสิ่งที่อยากรู้/อยากเข้าใจมากขึ้นคือเรื่องประวัติศาสตร์อารมณ์ในฐานะ framework ของงานชิ้นนี้ อยากรู้เพิ่มเติมว่ามันคืออะไร มีขอบเขตการศึกษาอะไรยังไงบ้าง เข้าใจว่าที่ไม่ใส่รายละเอียดเรื่องนี้มาเยอะเพราะเล่มนี้เป็นหนังสือ ต้องทำให้คนทั่วๆไปอ่านเข้าใจง่าย ไม่ใช่วิทยานิพนธ์ที่ต้องอธิบายละเอียดท้ายบททุกบทจะมีการวิเคราะห์/สรุปความของผู้เขียน ทำให้เราเข้าใจง่ายขึ้น แต่บทสรุปมักจะขึ้นต้นด้วยคำว่า กล่าวได้ว่า ซึ่งพอใช้ซ้ำๆทุกบทก็เลยทำให้มันดูเป็น pattern มากๆสรุปคือ เป็นหนังสือกึ่งวิชาการ น่าสนใจ อ่านง่าย และทำให้ได้รู้หลายๆเรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อน น่าจะถูกใจนักอ่านหลายๆคน :-)
Niadam Kaday37 reviewsFollowFollowJanuary 11, 2025เปิดมุมมองใหม่ๆ ได้เห็นความโสโครกของสยาม ที่ซื้อมาอ่านเพราะโดนอาจารย์สุจิตต์ป้ายยา หนังสือเน้นเล่าเรื่องในช่วงยุคจารีต อยากให้สอดแทรกความสยองของยุคสมัยใหม่ด้วย ซึ่งก็ยังมีอยู่ถึงยุคปัจจุบัน ถือว่าคุ้มค่าครับเล่มนี้This entire review has been hidden because of spoilers.
Froggie795 reviews40 followersFollowFollowNovember 28, 2024เป็นหนังสือประวัติศาสตร์ที่แปลกดี เพราะพูดถึงแง่มุมของประชาชนคนธรรมดาด้วย ไม่ได้หมุนรอบชนชั้นปกครองเพียงอย่างเดียว เนื้อหาเกี่ยวกับการปฏิรูปสยามในช่วงทศวรรษ 2430 ซึ่งแต่เดิมประวัติศาสตร์นิพนธ์กระแสหลักจะกล่าวว่าชนชั้นนำทำไปเพื่อให้สร้างความเป็นอารยะให้สยาม ผ่านการรวมศูนย์อำนาจและวางระบบราชการสมัยใหม่ แต่เล่มนี้โต้แย้งว่า กระทำโดยการจัดระเบียบอารมณ์ความรู้สึกในสังคม โดยเน้นไปที่ "ความสยดสยอง" เป็นหลักเล่มนี้ก็เป็นงานเขียนที่ดัดแปลงมาจากวิทยานิพนธ์์อีกเช่นเคย ในแง่หนึ่งเลยทำให้มีความเป็นวิชาการค่อนข้างสูง ใครชอบอ่านหลักฐานชั้นต้นนี่ฟินแน่ๆ ตัวอย่างและรายละเอียดเยอะสุดๆ แหล่งที่มายาวเป็นหางว่าว เรามีตาเบลอๆไปบ้าง แต่ในแง่ดีก็คือมีสรุปท้ายบทให้เป็นระยะๆ3.5 ดาว year-2023
Prai Keawpran34 reviews1 followerFollowFollowDecember 31, 2023อ่านแล้ว เข้าใจความเป็นไปของการจัดการกฎหมาย หรือวิถีของคนไทยต้นรัตนโกสินทร์มากขึ้น ในหนังสือเรียนประวัติศาสตร์ไม่เคยเล่าถึงเนื้อหากฎหมานตราสามดวง ไม่เคยรู้เลยว่า อุปนิสัยของคนไทยสมัยก่อนเป็นอย่างไร ได้เห็นมุมมองที่ชนขั้นนำมองราษฎร ชาวต่างชาติมองคนไทยในสมัยก่อน ซึ่งเราก็ผ่านช่วงเวลาเหล่านั้นมาได้แล้ว มียกตัวอย่างบันทึกที่น่าสนใจและจำนวนมาก อ่านแล้วก็รู้สึกถึงความสยดสยองอยู่นะ