Pawarut Jongsirirag705 reviews140 followersFollowFollowDecember 9, 2022การอ่านบทกวี สำหรับผมคือ การพักผ่อนทางภาษา เเต่หน่วงหนักทางอารมณ์เล่มนี้คงไม่ต้องพีอาร์อะไรมากเเล้ว นอกจากกวีซีไรต์ปี 2022 เนื้อหาที่ถูกถ่ายทอดออกมา คือ หมุดหมายของผู้คนเเละสังคมในยุคสมัยนี้ ที่หันซ้ายมองขวาก็ดูจะพบเเต่ทางตัน ความท้อเเท้สิ้นหวัง หวังขอเพียงใครซักคนมาโอบกอดเรา ตบบ่า มองตา เเล้วบอกเราว่า เเม้วันนี้จะร้องไห้ เเต่พรุ่งนี้จะต้องเป็นวันที่ดีอย่างเเน่นอนเเม้เนื้อหาจะค่อนข้างหนัก เเต่ภาษาที่ใช้กลับเรียบง่ายทั่วไป จนบางครั้งก็คิดว่า อาจไม่ต้องใช้ภาษาที่สูงส่งอ่านยากอะไรมากนักในการบรรยายอารมณ์ของผู้คนทุกวันนี้ผลที่ออกมาเลยเป็นบทกวีที่เข้าถึงง่าย เปรียบได้กับชื่อเล่ม เป็นบทกวีที่โอบกอดเราผู้อ่านเอาไว้ อาจไม่ใช่อ้อมกอดที่หนักเเน่นนักเเต่ก็เพียงพอให้เราผ่านวันนี้ไปได้เเล้วละครับthai
RainyDoLL ☔️68 reviews6 followersFollowFollowJanuary 6, 2023เป็นบทกวีที่สะท้อนภาพชัดยิ่งกว่าเงาในกระจกเสียอีก
Tatchie16 reviews15 followersFollowFollowDecember 19, 2022กวีนิพนธ์ที่บันทึกและสะท้อนภาพของยุคสมัยได้ดีเนื้อหาแบ่งเป็นสี่ภาคภาค 1 : pandemic ทำให้ย้อนนึกถึงข่าวช่วงกักตัว ผู้คนล้มตาย นโยบายห่วย ความไม่เท่าเทียมทางชนชั้นที่คนรวยแค่เบื่อจะตาย แต่คนจนตายจริงๆ ไวรัสหรือรัฐที่สร้างความฉิบหายกว่ากันภาค 2 : romanticize แซะสังคมไทยที่ไม่แก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง แต่นำปัญหามา romanticize เช่นความยากจนอบอุ่นหัวใจ ความพิการสู้ชีวิต เด็กด้อยโอกาสออก talent show แลกรางวัลภาค 3 : จนกว่าโลกจะโอบกอดเราเอาไว้ มีลักษณะทวิลักษณ์ ความหวัง-สิ้นหวัง การมองเห็น-การถูกมองข้าม ความโดดเดี่ยว-การมีคนรับฟังภาค 4 : ไปสู่อ้อมกอดอันเป็นนิรันดร์ค่อนข้าง abstract มีเรื่องของการเดินทาง-การกลับบ้าน หรือกลับเข้าไปในใจ ภาคนี้ scene ไม่ค่อยชัดเท่าภาคอื่นถือเป็นวรรณกรรมไทยที่สะท้อน sentiments ยุคต้น 2020s ได้ดี หวังว่าการได้ซีไรต์จะทำให้มีคนอ่านมากขึ้น ดีที่ได้เห็นกวีไทยที่อยู่นอกขนบสายลม แสงแดด อวยเจ้า รักชาติ พุทธศาสนา หรือชมความงามผญ
Pas Pasiri2 reviewsFollowFollowOctober 24, 2025เราจะอยู่อย่างนี้จริงจริงหรือบอดบื้อบ้าใบ้ไม่รู้เห็นไม่อาทรร้อนใจใครตายเป็นไม่อาลัยใครลำเค็ญกับอาธรรมเป็นเล่มที่แฝงไปด้วยจุดให้เราสะท้อนความเป็นมา จุดยืน ทั้งของตัวเองและสังคม ถ้าให้จิตนาการเป็นภาพ บรรยากาศของหนังสือเล่มนี้คงเป็นวันฝนตกพร่ำ ฟ้าโศกเศร้าสีเทา ผู้อ่านเป็นคนกางร่มเดินไปเรื่อย ๆ ไม่มีจุดหมายที่ชัดเจน รู้แค่ว่าต้องเดินต่อไป ในขณะที่เดินได้พบเห็นเรื่องราวของผู้คนข้างทาง อีกทั้งเห็นแอ่งน้ำเล็ก ๆ ให้ชะโงกดูเงาตนเอง ทำให้ตระหนักถึงบางอย่าง เป็นบรรยากาศที่สัมผัสได้ทั่วไปในทุก ๆ วันหากเราเลือกที่จะเดินเช่นนั้นดู ความรู้สึกหนักอึ้ง แต่ไม่ได้เข้าใจยากหากคุณเลือกที่จะลองThis entire review has been hidden because of spoilers.
moomooread172 reviews33 followersFollowFollowMarch 10, 2025เป็นกวีนิพนธ์เสียดสีและจิกกัดสังคมแบบตรงไปตรงมา เปรียบเทียบชัดเจน เข้าใจง่าย ชอบที่ประเด็นในเล่มค่อนข้างหลากหลายทั้งเรื่องโควิด การแบ่งชนชั้นทางสังคม-เศรษฐกิจ ประเด็นการ romanticize ชนบทของคนเมือง รวมไปถึงความเปราะบางของคนในปัจจุบันที่ก้าวแทบจะไม่ทันความเร็วของโลกใบนี้ตอนอ่านตอนแรกเราค่อนข้างเฉยๆ เพราะไม่ได้ชอบกวีนิพนธ์ที่ใช้ภาษาตรงไปตรงมาเกินไป (ส่วนตัวชอบ aliteration เยอะๆ ภาษาเวิ่นเว้อ อ่านแล้วงงๆ) แต่พออ่านไปสักพักก็เริ่มรู้สึกว่าบางทีการตรงไปตรงมานี่แหละดีแล้ว เพราะมันช่วยขับเน้นให้เราเข้าใจ theme ที่ผู้แต่งอยากจะสื่อมากขึ้น ยิ่งอ่านยิ่งรู้สึกว่านี่แหละ แบบนี้แหละเหมาะกับการใช้เสียดสีประเด็นความไม่เท่าเทียมมากๆๆๆๆ จะมาเอาคำประหลาดมหัศจรรย์อะไรจากคนธรรมดาที่แค่เปล่งเสียงออกไปยังไม่มีใครได้ยินเพราะเป็นภาษาที่ชัดเจน เข้าใจง่าย เลยทำให้แต่ละวรรค แต่ละบท แต่ละตอนเหมือนได้ยินเสียงตะโกนของความเจ็บปวดเจ็บและเจ็บใจออกมาจริงๆถ้าใครกลัวว่างานกวีนิพนธ์จะอ่านยากไหม รู้เรื่องรึเปล่า เล่มนี้คือหลักฐานว่าอ่านไม่ยาก แต่ impact ที่ได้นั้นมากกว่าที่คิดขอยกตัวอย่างที่เราชอบจากบท "มิได้อุทรณ์""อากาศเอย เป็นของฉันเพียงชั้นล่างเขาแบ่งสรรที่ทางต่างปฏิบัติโอโซน แบ่งโซนอย่างแจ่มชัดทุกตารางเขารังวัดไว้ให้แล้วไร้ฐานะศักดินามาฝั่งนี้ไม่มีสี เส้น สายไปท้ายแถวลูกตามีหลานยายมาอย่าล้ำแนว เป็นกรวดทรายอย่าเกลือกแก้วให้กลืนกลายไร้สัญชาติมิอาจดำรงทะนงศักดิ์อัตลักษณ์ถูกเบียดขับระสำระสายเพศวิถีไม่ชัดเจนจงเจียมอายแดนตายคือชายขอบของจักรวาล...มิเป็นไรถ้าฟ้าจะกีดกั้นมิเป็นไรถ้าตะวันมิยักสนมิว่าดอกถ้าแผ่นดินรับสินบนและอากาศยังแบ่งชนให้เชยชิดมิได้อุทธรณ์วอนขอขยับขั้นมิได้ขอแบ่งปันอภิสิทธิ์มิฟูมฟายตะกายเกลือกมิเลือกทิศเพียงสักนิดเรียกขานตน 'คน' เหมือนกัน
Tony126 reviewsFollowFollowMarch 19, 2023บทกวี สะท้อนสะเทือนสังคมปัจจุบัน ในยุคโรคระบาดทั้งเชื้อโรค และยุคโรคระบาดตัวกู ของกู ผ่านช่องทางสื่อแสดงหลากหลาย รบมถึงสะท้อนความเหลื่อมล้ำ ชนชั้น แบ่งแยกผู้ชนะ ผู้แพ้ในสังคมนานแล้วไม่ได้อ่านบทกวีที่ทั้งมีเชิงชั้นวรรณศิลป์ และ กระตุกการสะท้อนสังคม ได้กระทบใจยิ่งคู่ควรรางวัลซีไรท์drama
Surachai Boonyasiri92 reviews2 followersFollowFollowJuly 6, 2025"อ่านจบแล้วเบาใจ ว่ากวีฤแล้ง ณ แหล่งสยาม" - ฉันเข้าฤดูประกาศผลงานซีไรต์ จึงเป็นโอกาสให้ได้หยิบหนังสือเล่มนี้ขึ้นมาอ่าน ไม่ข้องแก่รีวิวนักแต่เล่มนี้เป็นเล่มที่ได้มาด้วยยากลำบาก เพราะเมื่องานหนังสือตอนต้นปีที่เดินทางไปศูนย์สิริกิติ์เพื่อตามหาหนังสือเล่มนี้ ก็ถูก "โลกโอบกอดไว้" เข้าอย่างจัง คือเกิดเหตุแผ่นดินไหว ตอนกำลังหาหนังสือเล่มนี��นี่แหละ ไม่ทันได้ซื้อจึงต้องรีบเผ่นออกมาก่อน ภายหลังก่อนงานหนังสือหมด จึงกลับไปหามาได้จนสำเร็จ ไม่เคยได้ยินชื่อคุณปาลิตา��ลย แต่จำคุณเขาได้จากงานรางวัลอุชเชนี ความเดิมคือเห็นประกาศประกวดก็มักมากในเงินรางวัล จึงไปไล่อ่านบทกวีที่เคยชนะ เผื่อจะใช้ศึกษาเป็นแนวทาง พบงานที่ชื่อ "จนกว่าชีวิตจะนิทรา" ไล่อ่านจนจบบท อ่านจบแล้วล้มเลิกความหวังจะแต่งกลอนแข่งในตอนนั้น เพราะรู้ได้ทันทีว่าตนมือไม่ถึง ต้องไปฝึกกรำอย่างสาหัสทีเดียวกว่าจะพูดถึงเล่มนี้จริงๆ กินพื้นที่ไปแล้ว 2 ย่อหน้า ต่อจากนี้จะเริ่มเป็นกันเองมากขึ้นเรื่อยๆเวลาพูดถึงกวีนิพนธ์นี่ หายากมากที่จะมีเล่มไหนที่รู้สึกว่า ดีทุกบทได้ ต่อให้เป็นเล่มซีไรต์ปีก่อนๆ ก็มีจะมีบททอง หรือวรรคทอง ที่ชูเด่นออกมา คือมีน้อยแหละ แต่เล่มเนี้ย ตั้งแต่บทแรกยันบทสุดท้าย เป็นเลิศ หมด อาจจะพูดแบบ impartial หน่อยคือ มันโดนเส้นเรา ทุกบท (paradoxically impartial 55555) ทางด้านเนื้อหาก่อน ตั้งแต่บทแรก "บางบทสนทนาในมหานคร" ที่พูดถึงเรื่องสองแม่ลูกที่ใช้ชีวิตกลางสมรภูมิโควิด แต่พอไม่ขัดสนนักจึงบ่นว่าแบบ น่าเบื่อจัง เออ แต่ได้พักบ้างก็ดีนะ ตอนอ่านคือ พี่เอาเลยหรอคะ ตั้งแต่บทแรกเลยเนาะ 55555 คือเปิดมาด้วยการทุบ แต่เผื่อคนอ่านจะไม่เก็ตว่าเรื่องพวกนี้มันเป็นปัญหายังไง คุณปาลิตานี่ก็จะส่งกลอนเฉลยตามมาติดๆ เพื่อมา contrast ชีวิตของคนในอีกโลกหนึ่งที่ไม่ค่อยจะมีอันจะกินเท่า และรูปแบบการ "ทุบ" ของคุณปาลิตาในงานเล่มนี้ก็จะเป็นแบบนี้แหละ คือเขียนพูดให้ฟังก่อนในทำนองว่ามันต้องมีปัญหาอะไรสักอย่างกับการทำ/คิดแบบนี้ แต่ แต่ แต่คนทั่วไปที่ไม่ค่อยฉุกคิดหรือไม่สนใจนัก ก็จะมองไม่ออกหรือมองไม่เห็นอีกด้านนึง คุณปาลิตาก็จะเขียนกลอนตามมา :"ชีวิตคนยากจนนี่สมถะดีจัง ตายายอดมื้อกินมื้อ เด็กไปหางานทำสู้ชีวิต/ ลองมาใช้ชีวิตแบบนี้ดูมั้ยล่ะที่รัก" "รายการวาไรตี้ประกวดพรสวรรค์ของหนูๆ ไม่มีทุนการศึกษา / สปอนเซอร์อินฟลูเข้า พร้อมอุปถัมภ์ น้องได้ทุน พี่โกยยอดไลก์ วิน-วิน / รัฐไปไหนเอ่ย" อะไรประมาณนี้ ถึงได้ว่ามันเข้าเส้นพราะคนในยุคนี้ก็ (or so I thought) ตาสว่างมากขึ้นแล้วว่า เราอยู่ในสังคมที่ปากกัดตีนถีบกันเองขนาดไหน แล้วก็ยังจะมีควายที่ชอบที่จะ romanticize เรื่อง ห ห จนน่าสำรอกอยู่ในชั้นหลังเอง หลังจากนักอ่านกับผู้เขียนร่วมกันทุบสังคมด้วยกันจนหนำใจ ก็เป็นเซสชั่นลูบหลัง 555555 จังหวะหนังสือเล่มนี้มันคล้ายกับหนัง EEAAO อะ หัวเราะร่าน้ำตาริน เพราะถ้าคุณอินในพาร์ตแรก พาร์ตหลังที่เขาถามเราว่าเหนื่อยมั้ย ยังอยากสู้อยากฝันอยู่มั้ย คือน้ำตาแตกเลยนะ เพราะเรารู้แล้วว่า เออ คนที่เขาเขียนสิ่งนี้ ที่เขาคุยกับเราอยู่ เขาเข้าใจเรานะ มองเห็นว่าสังคมมันระยำทรามขนาดไหน ผ่านมาเหมือนกัน รู้สึกเหมือนกัน ดังนี้ จึงต้องชื่นชมว่าการลำดับเนื้อหาในหนังสือคือ โฮะ เลือกมาเก่งมาก แอบรู้สึกเหมือนวางบทกวีตามพล็อตนิยาย แบบ เป็นสามเหลี่ยมฟรายทาก (เขาอาจจะอ่านกันว่าเฟรย์ทาก เอนีเวย์) หรืออย่างน้อยมันก็สร้างอารมณ์กระทบใจเราได้แบบนั้น เรื่องลีลาการเขียนทั้งจินตนภาพการเล่นคำคือ ก็สมมงซีไรต์ จริงๆ ต้องโควตมาเนาะ ให้เห็นภาพ ขอเลือกบท "จนกว่าชีวิตจะนิทรา" ที่กล่าวไปข้างต้นละกัน เพราะมันไม่ได้ collection exclusive ถือว่าไม่สปอยล์"เปลเก่า... ยังโยนไกวไปช้าช้ากล่อมนิทราชีวิตใหม่ในอู่อุ่นโยนหน้า - โยนหลัง อย่างสมดุลการุณย์ร่างนั้นทั่วสรรพางค์ผ้าผวยผืนใหม่ห่มให้เจ้าแม่ร้องเพลงเบาเบาอยู่ข้างข้างเป็นเพลงโปรดประโลมใจไปพลางพลางมีรักวางในอู่นอน เจ้าผ่อนพัก"คือแค่สองบทแต่ทำยูทูป discuss ได้ครึ่งชั่วโมงแล้ว (เว่อร์) บทนี้คุณอ่านเร็วไม่ได้เลยนะ และถึงคุณจะรีบ การซ้ำคำกับการใช้คำที่มีตัวสะกด มันจะชะลอการอ่านคุณเอง ให้ฟีลเบาๆ ช้าๆ และถ้าคุณจะรู้สึก การสรรคำ การลงจังหวะ มันคือฟีลไกวเปลอะ ('ช้าช้า -ข้างข้าง - พลางพลาง' ฯลฯ) ผู้เขียนชีสร้าง sensation ของจังหวะเนิบช้าแบบแม่เห่ลูกนอนมาอยู่ในบทกวีได้ แบบ ตอนอ่านตอนแรกคือช็อกว่า เชี่**** ทำได้ไงวะ แล้วมันไม่ได้มีดีแค่จังหวะ หรือรูปแบบ แม้แต่เนื้อหาเองก็ไม่ธรรมดา metaphor เปลที่เซตอัพแต่ต้นบทก็จะวนกลับมาอีก ในรูปแบบที่ อมกกกกกกก แต่จะเฉลยเกินไป ให้ไปหาอ่านเอาเอง เรื่องวรรณศิลป์ในรูปแบบอื่นก็ต้องยกบทอื่นมาอีก ที่ไม่พอ นั่นแหละ การันทูการันตี ไปหาอ่านเอาต่อจริงๆเราอะชอบอ่านกวีนิพนธ์มาก แต่หาอ่านของไทยที่ถูกใจ หายากฉิบหาย ไปกว้านซื้อมา พบพอจะมีที่ถูกใจก็ไม่กี่บท ที่มีเนื้อก็ไม่งาม ไอ้ที่งามก็ไม่ค่อยจะมีเนื้อ 5555555 เล่มเนี้ยตอบโจทย์สุดแล้ว อวยสามวันเจ็ดวันไม่หมดไม่สิ้น ขอขอบคุณคุณปาลิตาที่สร้างสรรค์สิ่งนี้ขึ้นมา และจะขอบคุณใครก็ตามที่แวะมาเจอรีวิวที่ไปซื้ออ่านเหมือนกัน
MonoNoAware267 reviews37 followersFollowFollowNovember 29, 2024เธอยิ้มแล้วใช่ไหม, ใช่... เธอยิ้มคงหัวใจเต็มอิ่ม เต็มที่ว่างความทรงจำแออัด ค่อยจัดวางเพื่อหัวใจอ้างว้างไม่วังเวงค่อยทบทวนนาทีที่พ้นไปไม่เฆี่ยนตีหัวใจ ไม่เร้าเร่ง ทุกสิ่งมีฤดูกาลของมันเองครื้นเครง - คับแค้น แสนสามัญ[P.164]non-fiction poetry