Jump to ratings and reviews
Rate this book

เขียนฝันด้วยชีวิต

Rate this book
อัตชีวประวัติเชิงนวนิยาย นวนิยายเชิงอัตชีวประวัติ เปี่ยมจริง เปี่ยมฝัน เปี่ยมชีวิต

หนังสือเล่มนี้จะพาคุณย้อนอดีตชีวิตของ “ประชาคม ลุนาชัย” จากเด็กบ้านนอกในภาคอีสาน ระหกระเหินร้อยเอ็ดเจ็ดย่านน้ำ ได้เลือด ได้เนื้อ ได้เหงื่อ คละเคล้ากันไปตามเส้นทางอันขรุขระเป็นรางวัลชีวิต เหมือนภาพจิ๊กซอว์ชีวิตที่กระจัดกระจายได้จัดว่าเป็นตัวตนของเขา ถ่ายทอดด้วยภาษาสวยงาม กระชับ กินใจ ตรึงให้ผู้อ่านอยู่กับตัวหนังสือของเขาตลอดตั้งแต่ต้นจนจบ เป็นตัวอย่างที่งดงามของคนสู้งาน สู้ชีวิต ซึ่งจะช่วยจุดประกายให้กับคนที่ท้อแท้ อ่อนแอได้เป็นอย่างดี

464 pages

First published December 1, 2005

2 people are currently reading
52 people want to read

About the author

นักเขียนประสบการณ์โชกโชนผู้เคยผ่านต่อสู้ชีวิตมาหลากหลายประเภท ตั้งแต่เป็นพนักงาน เสิรฟร้านอาหาร เด็กโรงน้ำชา กรรมกรโรงงานรองเท้า โรงงานขนมปัง โรงนุ่น บ๋อยภัตตาคาร เด็กเสริฟร้านข้าวต้ม ร้านก๋วยเตี๋ยวและลูกเรือประมง

ประชาคม ลุนาลัย เป็นชาวจังหวัดยโสธรเดินทางเข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่อายุ 17 ปี ด้วยความ มุ่งหวังว่าจะมาเรียนหนังสือต่อเพื่อว่าจะได้เป็นนักเขียนให้ได้ในอนาคต แต่ด้วยโชคชะตาและความยากจน ผลักดันให้ต้องทำงานหาเลี้ยงชีพแทน โดยทิ้งความฝันของการเป็นนักเขียนเอาไว้ชั่วคราว

ตอนที่ประชาคม ลุนาชัย อายุ 25 ปี เขาตัดสินใจไปทำงาน เป็นลูกเรือประมงใช้ชีวิตชาวเรือร่อนเร่ไปตามสถานที่ต่างๆ โดยใช้เวลาถึง 8 ปี เมื่อมีเวลาว่างระหว่างคราวใด เขามักเข้าห้องสมุดอ่านหนังสือและเขียนบันทึก เรื่องราวชีวิตของตนเองและคนรอบข้างอยู่เสมอ เขาได้ทดลองเขียนเรื่องสั้น เรื่องแรกที่ได้พิมพ์ในหนังสือหนุ่มสาว ชื่อเรื่อง "บทสุดท้ายแห่งตำนานคนยาก" ภายหลังจากปี พ.ศ.2535 เขาลาออกจากงานที่เคยทำ ออกมาเขียนหนังสือเพียงอย่างเดียวอย่างจริงจังและผลงานการเขียนของเขา ก็ได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วผ่านการตีพิมพ์ในนิตยสารต่างๆ หลายฉบับ เรื่องสั้น "รอยบาป" ได้รับรางวัลดีเด่น จากนิตยสาร "หลักไท" เรื่องสั้น "ชะตากรรมของคนเถื่อน" ได้รับรางวัลดีเด่นจากนิตยสาร "ชีวิตต้องสู้" และ "กฎข้อที่ห้า" ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเรื่องสั้นรางวัล "ช่อการะเกดยอดเยี่ยมประจำปี 2539" นวนิยายเล่มแรก ที่ประชาคม ลุนาชัย เขียนเรื่อง "ฝั่งแสงจันทร์" ซึ่งเป็นนวนิยายที่สะท้อนให้เห็นถึงยถากรรมของสามัญชน แห่งหมู่บ้านชายฝั่งอยู่กับผืนน้ำและแผ่นดิน

ปัจจุบัน ประชาคม ลุนาชัย ยังคงเป็นนักเขียนสู้ชีวิตที่ผลิตงานเขียนออกมาอย่างคงเส้นคงวา

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
29 (64%)
4 stars
13 (28%)
3 stars
2 (4%)
2 stars
0 (0%)
1 star
1 (2%)
Displaying 1 - 7 of 7 reviews
Profile Image for Whale Read.
414 reviews32 followers
June 13, 2021
น่าจะเป็นชีวิตจริงของผู้แต่งเอง ที่นำมาเรียบเรียงเป็นนิยายของ

ถ้ามองในแง่นิยายก็คือสนุกดี เส้นอารมณ์ขึ้นลง เห็นการพัฒนาของตัวละคร

อ่านจบเกิดคำถามขึ้นว่า จะเป็นนักเขียนได้คนหนึ่งต้องลำบากขนาดนี้ไหม ?

เห็นความฝันที่อย่างเป็นนักเขียน เห็นความคล้ายคลึงกับตัวผมเอง เห็นการลงมือเขียน เห็นการพยายามมีชีวิตอยู่ (งานใช้แรงงาน)
แต่ไม่เห็นการวางแผนการในชีวิตเพื่อให้สามารถเขียนได้อย่างต่อเนื่อง เช่น พัฒนางานประจำสักอย่างที่สามารถหาเวลามาเขียนหนังสือ

ประสบการณ์ในชีวิตทำให้ คน ๆ หนึ่งมีเอกลักษณ์ในงานเขียน "ความเศร้าติดปลายนวม" ที่ดีที่สุดของนักเขียนไทยคนหนึ่งก็คงเป็น "ประชาคม ลุนาชัย"
ผ่านความเศร้ามามากมายจริง ๆ

** คำคม** ข้อคิด
จะเขียนถึงชีวิตคนอื่น จิตใจผมต้องสงบจะได้เข้าถึงสาระสำคัญ

มีบางสิ่งตระหง่านอยุ่ในใตของแก และแกได้สร้างขึ้นจนเสร็จสมบูรณ์แล้ว ไม่จำเป็นที่ใครจะต้องมารับรู้หรือยกย่องสรรเสริญ

โลกเต็มไปด้วยเรื่องราวน่าเศร้าและคนสร้างงานศิลป์ส่วนใหญ่ เหมือนเกิดมาเพื่อเป็นภาชนะรองรับความเจ็บปวด

สมมุติว่างานของเขาจะเกิดไม่มีค่าอะไร เขาก้ยังได้รับความสำเร็จอยู่นั่นเอง

คุณสมบัติ ความบากบั่นและความซื่อสัตย์ต่อความคิดตัวเองนั่นสิเป็นเรื่องสำคัญหาใช่คุณภาพงานไม่

ผมลาออกจากงานด้วยเงินเก็บเพียง 9k บาท
ถ้าเขียนหนังสือไม่ได้ ผมก้ไม่ควรมีชีวิตอยุ่ต่อไป


Profile Image for Arthit Thamachart.
15 reviews4 followers
December 23, 2018
หนังสือเล่มนี้เหมือนถ้อยความของแวนโก๊ะที่ตัวละครเอกติดเอาไว้เหนือกระจกหน้าต่างป้อมยามของเขานั่นแหละ

"การรู้จักทนทุกขเวทนาโดยไม่ปริปากบ่นนั้นเป็นสิ่งน่านำไปปฏิบัติ มันเป็นความรู้อันยิ่งใหญ่ เป็นบทเรียนที่ดี และเป็นข้อแก้ปัญหาของชีวิต"

เรื่องราวของชายหนุ่มความหวังหมู่บ้าน ก่อนความรั้นดื้อและไร้เดียงสาแห่งชีวิตจะพาพัดให้ระหกระเหินห่างไกลไปตกระกำเร่ร่อนต่างถิ่น จากเมืองสู่เมือง ไหลลิ่วไปตามลำธารแห่งชีวิตยาวนานกว่าสิบห้าปี หลากอาชีพกระโดดจับ นับนิ้วมือแล้วหลายสิบ ตั้งแต่เด็กภัตตาคาร เฝ้าบ่อกุ้ง คนทำไร่หอม เสมียนบริษัทหางาน คนงานโรงผลิตลูกชิ้น กรรมกรเรือประมง ยามรักษาความปลอดภัย ฯลฯ

อาชีพบรรดามีทั้งหลายไว้เลี้ยงท้อง แต่อาชีพสุดท้ายที่หมายหวังอย่างการเป็นนักเขียนมีไว้เลี้ยงชีวิต

ค่าที่รู้จักผู้เขียนและรู้ปูมหลังมาบ้างเลยสรุปได้ว่านี่คืออัตชีวประวัติตัวเขาเองฉบับฟิคชั่น อ่านเอารสแบบเรื่องแต่งได้ความว่าสนุกบันเทิงเข้มข้นยิ่ง อ่านเอาแรงบันดาลใจแบบเรื่องจริงก็ยิ่งสนุกและได้ครบอย่างหนังสือจากชีวิตคนดีๆ หนึ่งเล่มควรจะมี สิ่งที่โน้ตไว้ในหน้าสุดท้ายหลังอ่านจบเป็นก้อนคำกระชับๆ แต่หนักแน่นเต็มไปหมด ยกตัวอย่าง เต็มตื้น หนักหน่วง อ้างว้าง ต่อสู้ แข็งแกร่ง เด็ดเดี่ยว ผิดพลาด บอบช้ำ ทรนง ฯลฯ

เป็นหนังสือที่มาได้ถูกจังหวะ เรามักคิดว่าเรื่องราวส่วนตนเข้มข้นน่าอวดอ้างเสมอ มาฉุกนึกเอาต่อเมื่อเจอของแข็งของคนอื่น ทุกชีวิตมีประวัติ จะข้นจะมันหรือจะเศร้าอยู่ที่เราเอาตัวเองไปเกี่ยวร้อยกับอะไร

ตัวเอกในเรื่องอันสะท้อนแสดงตัวผู้เขียนเองนั้นมีชีวิตเปี่ยมสีสัน เสมอกันด้วยหัวใจที่น่าเคารพ ไม่แปลกใจที่วรรณกรรมเล่มหนานี้ตีพิมพ์ไปสี่ครั้ง เกี่ยวพันกับรางวัลทุกเวทีที่มีในเมืองไทย สำคัญคือภาษาซื่อตรงอ่านง่ายไม่ลูกเล่นแต่โคตรทรงพลัง ต่อยคนอ่านให้เมาหมัดไปเรื่อยโดยไม่พยายามน็อค ก่อนสุดท้ายจะลงไปกองในวินาทีร่ำลาและพบว่าเราแพ้คะแนนหลุดลุ่ยให้กับผู้เขียนศิโรราบ

เป็นเล่มที่จะซื้อต่ออีกหลายๆ เล่ม เพื่อมอบให้กับคนที่รักและต้องการบางสิ่งเป็นเชื้อเพลิงจุดดันให้ลุยต่อบนเส้นทางชีวิตที่ไม่อาจคาดเดาได้เลยต่อไป ต่อๆ ไป
Profile Image for Jiratcha Vanich.
44 reviews3 followers
November 3, 2018
อ่านจบแล้ว...อึ้งไปสามวัน

เราว่างานของแม่ที่ต้องดูแลลูกเต็มเวลา(ที่ลูกอยู่บ้าน) หาช่องว่างของเวลาเล็กๆน้อยที่เหลือจากการดูแลบ้านและครอบครัว มาเขียนหนังสืก็ว่ายากและหนักหนาสาหัสแล้ว บางวันเขียนได้แค่สามบรรทัด บางวันดีหน่อยเขียนได้ตั้งหนึ่งย่อหน้า แม้กระทั่งบางวันไม่ได้เขียนอะไรสักคำเดียวเลย

แต่...
พออ่านหนังสือเล่มนี้จบ เรามองเห็นความมุ่งมั่นที่ฉายชัดของเจ้าของผลงาน ไม่ว่าชีวิตของเขาจะต้องผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากขนาดไหน แต่ความฝันของเขาก็ยังเจิดจรัส ไม่มีวันขุ่นมัวลงไป ทั้งชีวิตที่เขาดำเนินไปมีความฝันที่เขาลงมือทำคู่ขนานไปด้วย อ่านเรื่องราวชีวิตของเขาแล้วก็นั่งถอนใจ อย่างเรานี่เรียกได้ว่า "ขี้เกียจ" จะใช้คำว่า "ท้อใจ" ไม่ได้เลย ในเมื่อความพยายามของเรายังไม่ไปถึงขั้นไหนสักที

ดีใจที่ได้อ่านหนังสือเล่มนี้ค่ะ ขอบคุณ คุณประชาคม ลุนาชัย นักเขียนผู้จุดประกายไฟฝันให้ลุกโชติช่วงในใจเราอีกครั้ง
Profile Image for Thongmarine.
9 reviews2 followers
January 25, 2010
มนุษย์ทุกคนต่างมีความฝัน แต่ใครบ้างที่จะทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริงได้

หลายครั้งที่เรา มักจะยอมแพ้ กับความฝัน ล้มเลิกมันไปด้วยปัญหาต่างๆ มากมาย แต่จนแล้วในที่สุดหนังสือเล่มนี้ก็ ฉุดให้เรา ตื่นสู้ฝัน ก้าวเดินด้วยความมุ่งมั่นสู่ความฝันของเรา
Profile Image for peppY.
118 reviews
July 24, 2022
ให้ 4 ดาวกว่าๆ ในฐานะของวรรณกรรม
แต่ยิ่งกว่า 5ในแง่ชีวิตของผู้เขียน
Profile Image for Woranart.
116 reviews
January 14, 2024
เหมือนเป็นนิยายกึ่งอัตชีวประวัติของผู้เขียน เล่าชีวิตและการเดินทางไร้หลักแหล่ง ปะติดปะต่อบ้าง ไม่ปะติดปะต่อบ้าง ประคับประคองความฝันของตัวเองบนเส้นทางชีวิตที่ไม่แน่นอนให้กลายเป็นจริง
Profile Image for รำพึง ลำพัง.
472 reviews30 followers
failed-to-finish
June 21, 2019
เป็นหนังสือที่เคยพยายามอ่าน แน่นอนว่าอ่านไม่จบ จำไม่ได้ว่าหนังสือหายไปไหนแล้ว
เพื่อนที่เรียนtu101 ให้เล่มนี้มา
ความรู้สึกที่จำได้คือ นั่งเทียนเขียนหรอ? อ่านไปแบบไม่ได้อะไรเลย ชีวิตคุณรันทดแล้วยังไงหรอ?
ดีใจที่ได้เจอชื่อหนังสือจะได้จดจำไว้ว่าอย่าไปซื้อหนังสือหรืออ่านของเขาอีก เสียเวลา
Displaying 1 - 7 of 7 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.