top.511 reviews116 followersFollowFollowMay 14, 2019ความน่าสนใจของผลงานเขียนร่วมคงอยู่ที่การหาจุดกึ่งกลางอันเหมาะสมระหว่างไอเดียของแต่ละฝ่าย ยิ่งเล่มนี้เป็นงานจากยอดนักเขียนร่วมสมัยญี่ปุ่นทั้งสอง ยิ่งคาดหวังว่างานมันจะออกมาเว่อวังดำดิ่งตามสไตล์ของทั้งสองด้วยส่วนตัวเราคิดว่า อิซากะ เขียนงานหลากหลาย ขณะที่ อาเบะซัง มีแนวทางที่มุ่งวิพากษ์สังคมชัดเจน (เท่าที่เห็นในแปลไทยนะ) การหาจุดร่วมในงานของทั้งคู่จึงทำได้ไม่ยาก อยู่ที่ว่าจะนำเสนออย่างไรให้ลงตัวเรื่องดำเนินในประเทศญี่ปุ่น (แน่นอน) กล่าวถึงกลุ่มเพื่อนที่ถูกชักจูงให้มาร่วมชะตากรรมเดียวกัน จุดนี้มีความถวิลหาอดีตเหมือนอิซากะ แต่มีปริมาณของอาเบะที่ไม่ทำให้เรื่องอดีตมันน่าโหยหาเท่าโกลเด้นสลัมเบอร์ด้านพล็อตเรื่อง ใช้วิธีเล่าสลับเวลาบ้าง ซึ่งไม่ได้ซับซ้อน ดึงเอาสิ่งที่ไม่น่าเกี่ยวข้องมาอยู่ด้วยกัน (สไตล์อิซากะ) แต่มันกลับทิ้ง hint ไว้เต็มไปหมด จนคาดเดาเป้าหมายได้ไม่ยาก ในขณะที่หากเลือกดั้นด้นไปอย่างไม่ลดละ (NN) ไม่ปล่อยเบาะแสออกมาให้น่าสงสัย (ประเภทตัวละครทำแบบนี้ เดี๋ยวต้องมีแบบนี้แน่ๆ) ตามแนวทางของอาเบะ เรื่องน่าจะป๊อปน้อยลง และเครียดกว่านี้มากตัวละคร กลุ่มเพื่อนเล่นเบสบอลเก่า มีเบื้องหลังด้วยความทรงจำและบาดแผล กลับมาพบเจอกันด้วยดนตรี เหมือนเอาตัวละครของอิซากะ มาลดทอนความแฟนซี แล้วเจือด้วยเหตุจากการถูกกระทำด้วยระบบสังคมอย่างใดอย่างหนึ่งตามแนวอาเบะ ฝั่งตัวร้าย สร้างให้เป็นระดับโลกเข้าไว้ก่อน ตอนเฉลยจะได้ดูน่าตื่นตาจากทั้งหมด เรารู้สึกว่างานมันไปทางอิซากะซะเยอะ แต่เป็นอิซากะในแบบยั้งๆ กั๊กๆ ไม่รู้ว่าเพราะเก่งด้วยกันทั้งคู่รึเปล่า ต่างฝ่ายต่างจึงเกรงใจ บทจะยำก็ยำใหญ่ จนสงสัยว่าจะหาทางลงอย่างไร สุดท้ายเลยเหมือนว่า 'เอาแบบนี้ไปก่อนแล้วกัน อาเบะซังจะว่ายังไงนะ' 'ถ้ากลบตรงนี้ไปเลย อิซากะเซ็นเซย์จะโอเครึเปล่านะ' ผลจึงออกมาเป็นงานร่วมเล่มนี้ อ่านสนุกและหนุบหนับตามมาตรฐาน แต่หากเอาภาพรวมไปเทียบกับงานแยกอย่าง Golden Slumber หรือ IP/NN เล่มนี้ก็เหมือนงานฆ่าเวลา ไว้อ่านตอนรอซักผ้าเสร็จเท่านั้นเองปล. หนังสือจะเด็ดขาดกว่านี้มาก ถ้ามีแถมบทสัมภาษณ์แนวคิดและขั้นตอนการทำงาน จนถึงความเห็นต่อเรื่องของสองหนุ่มเค้ามาด้วย
Makmild808 reviews223 followersFollowFollowMay 5, 20223.5 อะ จะว่าสนุกมั้ยหรอ อืม สนุก! ตื่นเต้น! เร้าใจ! แต่มันล้นๆ พิกลยังไงก็ไม่รู้ค่ะ กัปตันธันเดอร์โบลต์คือเรื่องราวพลิกล็อคกันน่าดู (ขอให้ร้องแบบเป็นเพลง) ตามสไตล์อจ.โคทาโร่ เพิ่มเติมด้วยการดำเนินเรื่องแบบทฤษฏีสมคบคิดและพล็อตล้ำๆ ไฮเทคหน่อยๆ (เช่นเครื่องถ่ายเอกสารเป็นสายลับ) จากอจ.อาเบะ ซึ่งทำได้ลงตัวมากๆ สนุกมากๆ สิ่งที่เราชอบในเรื่องยังคงเป็นความมหัศจรรย์ของสิ่งละอันพันละน้อยที่ปูมาตั้งแต่แรกแล้วมาขมวดมาใช้จนหมดบิดจนหยาดสุดท้าย ไม่มีประเด็นในพลาดในรายละเอียดที่เคยให้ไว้ตั้งแต่ต้น (มั้ง อ่านไม่ละเอียดเท่าไร) และการใช้เทคโนโลยีเล็กๆน้อยๆ (เครื่องถ่ายเอกสาร) มาเป็นกิมมิค ดีมากไม่เปลี่ยนแปลง คิดว่าเป็นส่วนที่ลงตัวของอาจารย์ทั้งสองเลย ในส่วนของตัวละคร เรากลางๆ คิดว่าไม่ค่อยชอบตัวละครของอาจารย์โคทาโร่มาแต่ไหนแต่ไรอยู่แล้ว ไม่ว่าจะตัวเด่น ตัวรองก็ตาม จะรู้สึกเฉยๆ กับตัวละครตลอด เขาไม่ได้สร้างให้เรารักตัวละครเท่าไร แต่ถ้าถามว่าเอาใจช่วยมั้ย อืมๆ ก็เอาใจช่วยอะ ไม่อยากให้ตาย แต่ก็ไม่ได้ชอบนะ เลยทำให้ต่อไม่ค่อยติดกับเล่มนี้มากนัก เพราะเฉยๆ กับอาอิบะมากๆ ส่วนตัวชอบยูมาก และชอบที่สุดคือโมโมเสะ เก๋ดี สิ่งที่ไม่ชอบคือ พล็อตใหญ่มากค่าพ่อออออออออออ ทฤษฏีสมคบคิด/ การโจมตีรัฐบาล (เป็นเรื่องที่เห็นได้บ่อยๆ ในซีรี่ย์ญี่ปุ่นแนวจารกรรม สืบสวนสอบสวน บู๊ๆ แบบเล่นใหญ่ๆ) และอื่นๆ คือ โอย เอาโล้ด ไปให้สุดดดดดดด คือมันก็สุดของมันนะ แค่ไม่ชอบเฉยๆ แบบ เล่นใหญ่เกิ๊นสรุป ก็เป็นเล่มที่ชอบรองๆ ของอจ.โคทาโร่นะ ส่วนของอจ.อาเบะคืออ่านยังไม่จบเลยอะ 55555 scan-reading
Thanawat441 reviewsFollowFollowApril 14, 2021สนุกมาก ยิ่งเป็นฝีมือของสองนักเขียนคนโปรดยิ่ง boost ความรู้สึกให้สนุกยิ่งขึ้นไปอีกเรื่องราวมันตรงๆ เรียบง่ายมากๆ ไม่มีพลิก ไม่มีหักมุม แบบมังงะญี่ปุ่นคลาสสิก ไม่สิ ต้องบอกว่า ราวกับ “ขบวนการห้าสี” ที่ใช้เป็นชื่อเรื่องนั่นแหละ“ธรรมะย่อมชนะอธรรม” “พลังของเพื่อนฝูง” “พลังของความอุตสาหะ” “พุ่งตรงไปข้างหน้าเท่านั้น” motto พวกนี้มันเรียบง่ายมาก ดังที่เราคุ้นเคยกันเวลาดู “ขบวนการห้าสี” ในวัยเด็กเรื่องราวเกิดขึ้นที่เมืองเซ็นได การมาพบกันในวัยเหยียบสามาิบของเพื่อนรักคู่หูเบสบอลตอนประถมปลาย แต่กลับมาพบกันในสถานการณ์ที่สุดแสนจะยากลำบาก ทั้งคู่ต้องการเงินมาใช้ล้างหนี้ของครอบครัวในเวลาจำกัด ต้องหางานที่ให้เงินก้อนใหญ่ได้แต่แล้วก็ดันมาเจอกับสายลับ องค์กรลับ ที่ต้องการจะ “ทำให้โลกสะอาด” สิ่งที่เป็น key สำคัญคือ “โรคมูราคามิ” ที่เป็นโรคระบาดรุนแรงจากยุคสงครามโลกครั้งที่สอง และ “น้ำห้าสี” ที่เป็นแหล่งน้ำต้นตอของโรคระบาดนั้นภารกิจคือไปเอาน้ำมา…หนึ่งในอุปกรณ์สุดจี๊ด ที่เป็นเหมือนหน่วยสืบราชการลับของฝ่ายพระเอกผู้เป็นพนักงานบริษัทเครื่องถ่ายเอกสารก็คือ “เครื่องถ่ายเอกสาร” นั่นแหละคือเด็ดมาก เพราะเอาเครื่องถ่ายเอกสารมาดัดแปลงจนความสามารถในการรวบรวมข้อมูลล้นเหลือ ใครจะไปคิดว่าเครื่องถ่ายเอกสารเครื่องใหญ่ๆ ตามห้างร้าน มันสามารถดัดแปลงให้เป็นเครื่องส่ง email และ fax ได้ในตัว พอมีใครเอาเอกสารมาสำเนา เครื่องก็จะทำสำเนาลับแล้วส่งเข้าไปที่ server ของพระเอกด้วยอีกชุดนึง ทีนี้ ยิ่งมีเครื่องตัวไว้ที่ไหน ข้อมูลต่างๆ ก็ไหลเข้ามาหมด เรียกว่า big data ที่แท้จริงสนุกมาก สนุกแบบทื่อๆ มันนี่แหละ พระเอกสองคนที่ยังเชื่อมั่นในพลังของขบวนการห้าสี ตะลุยต่อสู้เพื่อแลกกับสิ่งสำคัญในชีวิต แน่นอนว่าเบื้องหลังของวายร้าย มันต้องมีองค์กรลับที่มีจุดประสงค์เหมือนจะดีแบบสุดโต่ง, การทดลองลับ, การ propaganda สมัยสงคราม, ความลับของชาติที่คนในรัฐบาลเองก็มีคนรู้แค่ไม่กี่คน เรียกได้ว่าองค์ประกอบของภาพยนตร์วันเด็กของพวกเรา (เด็กยุค 90) ล้วนมาครบ จนทำให้อ่านไหลลื่น ลุ้นไปกับตัวละคร และยัง feel good ได้ในตอนจบcontemporary-japanese
Iggyizzy2000196 reviews10 followersFollowFollowSeptember 18, 2020เริ่มต้นที่เลือกมาอ่านเพราะเห็นว่าคอนเซปที่ว่าเอาเรื่องของขบวนการ 5 สี เกี่ยวข้องกับตัวละครหลักและมีพล็อตเรื่องแปลกๆ เช่น โรคมู��าคามิ แถมเป็นการเขียนร่วมกันของนักเขียนชื่อดัง 2 คนแต่สุดท้ายที่ไหนได้นิยายเรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ใช้เวลาอ่านยาวนาน...อย่างทรมานอีกตะหาก (มิย ลากยาวถึง กันยา)การที่ 2 นักเขียนดังร่วมมือการเขียนทำให้โครงเรื่องมีทั้งจินตนาการ ผสมกับ การย้อนวัยเด็ก แนวเรื่องมันก็สนุกแต่ผลร้ายคือยิ่งแต่งก็ยิ่งมันมือกันทั้งคู่ทำให้ทั้ง 2 เล่าเรื่องไปเรื่อยๆ จนขาดโฟกัส แถมมีไคลแม็กส์ที่ไม่ชัดเจน จะมาไม่มาอยู่อย่างนั้นอ่านไปหาจุดสนใจไม่ได้เลยว่านี่ เอ จะตามพล็อต 5 สีดี หรือ การหลบหนีดี ดูสับสนเป็นการนำพาสู่ความที่ว่าเดี๋ยวอยากอ่านเดี๋ยวไม่อยากอ่านสลับกันจนรู้สึกว่าไม่อยากหยิบมาอ่านซะอย่างนั้นด้านแรงดึงดูดในส่วนขบวนการ 5 สีมันลึกเกินกว่าที่คิดมันไม่ได้ใช้การเอาตัวละคร 5 ตัวมาเป็นตัวแทนมันใช้เป็นการสร้างตัวละครหลักมากกว่า (ใช้แค่สีแดง ส่วนสีอื่นไม่ได้รับการพูดถึง) ส่วนการไล่ล่าก็เดี๋ยวสนุกเดี๋ยวเลอะเทอะสรุปอยากอ่านให้จบเร็วๆมากเพราะอยากไปอ่านเรื่องอื่น เรื่องนี้ทรมานเหลือเกิน
BaiLing1,010 reviewsFollowFollowApril 14, 2024這是個壞人燒殺搶掠,但也就是那種制式性的壞,好人雖然衰到爆但最後絕對化險為夷的故事。整個情節充滿漫畫式的分鏡節奏,搭配一些懷舊情愫,看起來就比較有深度的。故事牽扯到二次世界大戰末期,日本在仙台附近藏王山御釜(五色沼)研發生化武器的機密被美軍發現後,以連番轟炸東京為掩護,另派三架B29前往該地進行秘密破壞轟炸。2013年時,俄羅斯為首的恐怖份子計畫搶奪已被日本政府封鎖的五色沼水,合成更驚人的生化武器,在世界各地製造動亂。兩個曾是國小棒球隊友的男子,長大後在社會脈動上載沉載浮,被欠債逼得喘不過氣來,莫名其妙地捲入盜賣搶奪五色水的國際大陰謀。歷經一番「看似驚險卻不覺得特別緊張」的追逐後,終於拯救了世界。很可以殺時間的小說,不會覺得愛不釋手,所以可以隨時停下來,但也沒有無聊到就算沒看完也沒關係的地步。倒是中心主旨應該是──所謂的政府啊!就是會以「國家」之名,可以撒無數個蠻天大謊來掩蓋一件陰謀。自古至今,從沒有改變過。tf-japanese
colorless tazaki87 reviews2 followersFollowFollowFebruary 12, 2024กัปตันธันเดอร์โบลต์ - งานเขียนราวของอ.อิซากะ กับ อ.อาเบะ ซึ่งก็แอบสงสัยว่าเขียนร่วมเนี่ยเค้าแบ่งงานกันยังไง เล่มนี้ถ้าบอกว่าเป็นงานของอ.อิซากะก็คงเชื่อเลย จารกรรม มิตรภาพ และความตลกมาเต็ม มีแอคชั่นกรุบกริบ ถ้าได้ทำเป็นหนังคงสนุกดี
Leena21 reviewsFollowFollowJuly 27, 2022อ่านได้ 67% ความพยายามได้จบลงแล้ว เป็นการอ่านที่ทรมานสุดๆๆ เดินเรื่องด้วยความซื่อๆ ของตัวละครอันไร้มิติ แถมบรรยายเรื่องราวมากมายแบบไม่เข้าประเด็นซักที ทรมานนนนนนนนนน!!