Jump to ratings and reviews
Rate this book

พระราชนิพนธ์ แม่เล่าให้ฟัง

Rate this book
พระนิพนธ์ แม่เล่าให้ฟัง

เมืองโลซานน์ (Lausanne) ถือว่าเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของราชสกุล"มหิดล" เพราะเริ่มตั้งแต่ สมเด็จพระบรมราชชนก ทรงอภิเษกสมรสกับหม่อมสังวาลย์ เมื่อ 9 ตุลาคม 2463 จากนั้นได้เดินทางผ่านยุโรป โดยทรงแวะที่เมืองโลซานน์ สวิตเซอร์แลนด์ ซึ่งถูกเลือกเป็นสถานที่แวะเที่ยวในระหว่างที่สมเด็จพระชนกประชุมและดูงานด้านการแพทย์และสาธารณสุข
เมืองนี้ยังเป็นสถานที่พำนักชั่วคราวของพระชนนี และพระโอรส- ธิดาในระหว่างที่ต้องอยู่กันโดยลำพัง เมื่อพระชนกเสด็จกลับประเทศไทยในคราวถวายพระเพลิงพระบรมศพ รัชกาลที่ 6 เมื่อพ.ศ.2467 และเมืองโลซานน์ ถูกเลือกเป็นที่ประทับถาวรระหว่างของในหลวง 2 พระองค์ในปี 2476-2488 ซึ่งมีพระชนนีเป็นผู้นำครอบครัวเพียงลำพังในการอภิบาลพระธิดาและพระโอรสที่เป็นในหลวงของชาวไทย 2 พระองค์

“น้องชายคนโตไม่แข็งแรง แม่เลยคิดว่าควรไปอยู่ต่างประเทศที่มีอากาศสบายๆ เสด็จลุงทรงแนะให้ไปสวิตเซอร์แลนด์ ...ต้นเดือนเมษายน 2476 แม่กับลูกสามคน พร้อมแหนนและบุญเรือน ก็ออกเดินทางด้วยรถไฟไปปีนัง แล้วลงเรืออเมริกันเพรสซิเดนต์เพียร์ซ ไปขึ้นที่เจนัว และต่อรถไฟไปโลซานน์ ...”

นี่เป็นบทเริ่มพูดถึงเมืองนี้ ซึ่ง สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนากรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงพระนิพนธ์ไว้ในหนังสือ “แม่เล่าให้ฟัง” ถึงการเดินทางไปประทับต่างแดนในระยะยาวของราชสกุล “มหิดล” หลังเปลี่ยนแปลงการปกครองปี 2475 โดยมีสมเด็จพระบรมราชชนนีเป็นผู้นำครอบครัวเพียงลำพังในการดูแลพระธิดา และพระโอรสทั้ง 3 พระองค์

โลซานน์..จึงเป็นเมืองที่เรา"เที่ยวจนอิ่ม(ใจ)"...

สำหรับการเสด็จไปสวิตเซอร์แลนด์ของราชสกุล"มหิดล"ในครั้งนั้น เป็นไปตามพระประสงค์ของสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า ที่ทรงห่วงถึงการศึกษาของพระราชนัดดา รวมทั้งพระราชนัดดาองค์ที่ 2 (รัชกาลที่ 8) ทรงมีพระพลามัยไม่แข็งแรงมาตลอด จึงเห็นว่าควรเสด็จฯไปศึกษาในประเทศซึ่งมีอากาศสบายๆ ซึ่งพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนชัยนาทนเรนทร ทรงแนะนำว่าควรเลือกเมืองโลซานน์ และสมเด็จพระบรมราชชนนีก็ทรงพอพระทัย เป็นที่รู้กันว่า นอกจากเป็นเมืองที่มีอากาศดี ภูมิประเทศสวยงาม และพลเมืองอัธยาศัยดีแล้ว "โลซานน์"ยังเป็นเมืองที่สมเด็จพระบรมราชชนกทรงโปรดมาก ตั้งแต่ครั้งที่เสด็จฯไปดูงานและศึกษาด้านสาธารณสุข

การเสด็จไปประทับครั้งนั้น หม่อมสังวาลย์ (พระยศของสมเด็จย่าในขณะนั้น) พร้อมด้วยพระราชโอรสธิดา พระพี่เลี้ยงเนื่อง เด็กหญิงบุญเรือน โสพจน์(ท่านผู้หญิงบุญเรือน ชุณหะวัณ) และคุณพระสุทธิอรรถนฤมล กับภรรยา ได้ร่วมออกเดินทางโดยออกจากประเทศไทยในเดือนเมษายน 2476 และทั้ง 4 พระองค์ประทับอยู่ที่นั่นจนกระทั่งปี 2488 เมื่อรัชกาลที่ 8 เสด็จนิวัติพระนคร และปี 2494 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จนิวัติพระนครเป็นการถาวร พร้อมสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินี และพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าอุบลรัตนราชกัญญา

“สวิตเซอร์แลนด์” สำหรับคนไทย จึงไม่ใช่เพียงประเทศที่มีวิวทิวทัศน์และบ้านเมืองสวยงามน่าท่องเที่ยวเท่านั้น หากแต่ยังมีความหมายในฐานะที่เป็นสถานที่สำคัญแห่ง “ราชสกุลมหิดล” ที่เคารพรักของพสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ

286 pages, Paperback

First published January 1, 1980

9 people are currently reading
177 people want to read

Ratings & Reviews

What do you think?
Rate this book

Friends & Following

Create a free account to discover what your friends think of this book!

Community Reviews

5 stars
36 (69%)
4 stars
10 (19%)
3 stars
4 (7%)
2 stars
1 (1%)
1 star
1 (1%)
Displaying 1 - 7 of 7 reviews
Profile Image for ดินสอ สีไม้.
1,075 reviews179 followers
October 22, 2016
พระราชประวัติสมเด็จย่าของปวงชนคนไทยนั้น
ได้รับการบันทึกเอาไว้มากมายก็จริง
แต่ถึงอย่างนั้น พระราชประวัติแบบที่ทรงนิพนธ์เอาไว้ในแม่เล่าให้ฟังนั้น
ก็เป็นเนื้อเรื่องที่หาอ่านที่ไหนไม่ได้
ภาษาในเล่มอ่านง่าย แม้แต่เด็กๆ ก็อ่านได้
เป็นเนื้อหาที่น่ารัก อ่านแล้วชื่นใจ
(โดยเฉพาะพระจริยวัตรของสมเด็จย่าเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ ^^)

ที่สำคัญพระบรมฉายาลักษณ์ และพระฉายาลักษณ์ที่ประกอบในเล่ม
ก็น่ารัก และก็หาดูได้ยากด้วย
Profile Image for Natt.
925 reviews
November 7, 2017
21 ตุลาคม เป็นวันคล้ายวันพระราชสมภพ 'สมเด็จย่า" นึกอยากอ่านพระราชประวัติซี่งเป็หนังสือที่ดองไว้นานแล้ว ก็เลยไปรื้อหามาตู้หนังสือ อ่านรวดเดียวจนจบ เพราะมีภาพประกอบ ซี่งเป็นภาพจากอัลบัมส่วนพระองคม่กมายนัก
ฉบับที่บ้านเรามีนั้น เป็นหนังสือที่ระลึกงานบำเพ็ญพระราขกุศลครบ 100 วัน (ขอใช้ภาษาธรรมดานะ) ก็เลยมีปกดำปั้มทอง มีคำอธิบายวัตถุประสงค์การพิมพ์บอกไว้ตอนต้น แล้วจึงเป็นคำนำผู้เขียน

เริ่มแรกนั้นผู้เขียน (สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนาฯ) ตั้งพระทัยจะรวบรวมข้อความที่สมเด็จย่าจดบันทึกไว้มาพิมพ์ เพื่อให้คนอ่านรู้จักความคิดพนะองค์จากสิ่งที่ทรงอ่าน แต่ก็ไม่แล้วเสร็จซะที จนได้มีการ "คุยกับแม่" ก็เลยได้เรื่องเล่ามาหลายเรื่อง สอบทานแล้ว จึงนำมาเขียนเป็นพระราชประวัติตั้งแต่เกิดจนถึงได้เป็น 'สมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์' เป็นภาคแรก ภาคสองก็เป็นข้อคิด คำคมของนักคิด นักปรัญชญาที่สมเด็จย่าจนบันทึกไว้ ตามที่ตั้งใจตอนแรกนั่นเอง

เราดองหนังสือไว้นานมากแล้ว หยิบมาอ่านในเวลา ก็คิดถึง เพราะทุกคนที่กล่าวถึงในหนังสือต่างก็จากไปหมดแล้ว ทั้งสมเด็จพระมหิทราธิเบต สมเด็จพระศรีนครินทร์ พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 8 และ 9 และตัวผู้เขียน กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์เอง...
อ่านไป ดูภาพไป ทั้งอิ่มใจ และเศร้าใจ
Profile Image for Phuwong.
205 reviews
December 20, 2015
กำลังอินกับนวนิยายอิงประวัติศาสตร์เลยหยิบ “แม่เล่าให้ฟัง” พระนิพนธ์ในสมเด็จพระพี่นางฯ มาอ่านตามคำแนะนำ หนังสือเล่มนี้เป็นพระราชประวัติของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีหรือสมเด็จย่าที่คนไทยเรียกกันติดปาก โดยจับความตั้งแต่ท่านยังทรงพระเยาว์มาจนถึงเมื่อมีพระชนมายุ 39 พรรษาในวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอานันทมหิดล รัชกาลที่ 8 เสด็จนิวัติเมืองไทยเป็นครั้งแรกในปี 2481

“แม่เล่าให้ฟัง” เป็นหนังสือเล่มเล็กๆ ที่มีคุณค่าอย่างมาก เพราะเป็นเรื่องเล่าประวัติของสมเด็จย่าจากการบันทึกของพระราชธิดาองค์โต สมเด็จพระพี่นางฯ ทรงใช้คำศัพท์ธรรมดาสามัญในการเขียนทำให้อ่านง่าย เนื้อเรื่องแบ่งเป็น 2 ภาค ภาคแรกพูดถึงพระราชประวัติสมเด็จย่าที่พระราชสมภพในครอบครัวสามัญชน พระชนกเป็นช่างทำทอง จนกระทั่งท่านได้รับทุนให้ไปเรียนพยาบาลที่สหรัฐอเมริกาและได้พบสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก ความรักของเจ้าชายหนุ่มจากสยามประเทศกับหญิงสามัญชนก็เกิดขึ้นในต่างแดนจนกระทั่งมีพระราชโอรสและพระราชธิดารวมทั้งสิ้น 3 พระองค์ ชีวิตของสมเด็จย่าได้พบกับการเปลี่ยนแปลงทั้งในเรื่องส่วนตัวเมื่อพระสวามีสวรรคตและในเรื่องภายนอกเมื่อเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครองและพระราชโอรสได้กลายเป็นกษัตริย์พระองค์ใหม่ของคนไทย ส่วนภาคสองเป็นเรื่องราวของนักปราชญ์คนต่างๆ ของต่างประเทศที่สมเด็จย่าทรงนำหลักการของพวกเขามาใช้ในการดำเนินชีวิต เช่น ปาสคัล วอลแตร์ รุสโซ ฯลฯ

ความน่าสนใจของ “แม่เล่าให้ฟัง” อีกอย่างหนึ่งคือภาพประกอบที่มาจากอัลบั้มส่วนพระองค์ของสมเด็จย่าที่หาดูได้ยาก การได้เห็นพระบรมฉายาลักษณ์ของสมเด็จย่า พระบรมราชชนก และพระราชโอรสพระราชธิดาของท่านเมื่อทรงพระเยาว์ทำให้คนอ่านสามารถมองเห็นภาพของแต่ละพระองค์ได้ชัดเจนขึ้น ส่วนตัวแล้วผมเคยไปที่จตุรัสภูมิพลที่บอสตันซึ่งในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระประสูติกาลที่โรงพยาบาลที่นั่นทำให้ขณะที่อ่านยิ่งปลาบปลื้มและอินเข้าไปอีก

หนังสือเล่มนี้จึงเป็นบันทึกของ “ลูกสาว” จากปาก “แม่” ที่น่าอ่านและเพลิดเพลินมากเล่มหนึ่ง เป็นหนังสือมีคุณค่าหาอ่านยากที่น่ามีเก็บไว้เป็นสมบัติติดบ้านครับ
Profile Image for Tanan.
234 reviews49 followers
December 1, 2020
เป็นเล่มที่อยู่ในใจเสมอเคียงคู่กับหนังสือ "เจ้านายเล็ก ๆ - ยุวกษัตริย์"
อ่านแล้วชื่นชมในความเป็นแม่ของสมเด็จย่า และความน่ารักของยุวกษัตริย์ทั้งสองพระองค์ (แน่นอนว่ารวมถึงพระพี่นางด้วย)

(ถ้าจะอ่านรีวิว จ้านายเล็ก ๆ - ยุวกษัตริย์ ผมก็รีวิวแบบนี้ล่ะ)
Profile Image for Gett Ster.
2 reviews
December 9, 2009
พระราชนิพนธ์เล่มนี้เป็นเรื่องราวพระราชประวัติของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี จากความทรงจำซึ่งเล่าประทานสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ภาคหลังเป็นความคิดคำนึง ภาษิต คติพจน์ของนักปราชญ์ต่างๆ ซึ่ง สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ได้ทรงสะสมไว้ ล้วนเป็นเครื่องสอนใจในการดำเนินชีวิต ซึ่งควรยึดเป็นหลักชัย สิ่งเหล่านี้เป็นเสมือนกระจกเงาที่สะท้อนให้เราทราบถึงน้ำพระทัยของพระองค์ท่าน
Profile Image for Nina Ratarasarn.
8 reviews
May 5, 2020
ความรู้เกี่ยวกับคำศัพท์ภาษาไทย อ้างอิงจากเว็บไซต์ของสำนักงานราชบัณฑิตยสภา (http://www.royin.go.th/?knowledges=%E...)

...ใช้ศัพท์ว่า ทรงพระนิพนธ์ เช่น สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงพระนิพนธ์ผลงานเกี่ยวกับพระบรมราชวงศ์หลายเรื่อง เป็นต้นว่า จุฬาลงกรณราชสันตติวงศ์ พระราชธิดาในรัชกาลที่ ๕ เจ้านายเล็ก ๆ-ยุวกษัตริย์ ไปรษณียบัตรเจ้าฟ้า...
Profile Image for Dtmariko.
5 reviews
April 23, 2023
ผู้เขียนบรรยายเรื่องเล่าให้ฟังดูอ่านง่าย ภาพประกอบเป็นภาพหายาก ทำให้เราได้เห็นเรื่องราในอดีตของสมเด็จย่า ตั้งแต่เด็กจนกระทั่งกลายมาเป็นสมเด็จย่าของเรา เป็นหนังสือที่ควรมีไว้สำหรับสะสม
Displaying 1 - 7 of 7 reviews

Can't find what you're looking for?

Get help and learn more about the design.