What do you think?


เนปาลประมาณสะดือ
หนังสือบันทึกการเดินทางท่องเที่ยวผจญภัยไต่เทือกเขา หิมาลัยในดินแดนเนปาลของนิ้วกลมและเพื่อนซี้ร่วมทางอีก 1 คน ที่ต้องเผชิญกับกำแพงภูเขาครั้งแล้วครั้งเล่า จนแทบไปต่อไม่ไหวหากไม่ได้มิตรภาพของเพื่อนช่วยพากันไปถึงจุดหมายที่สวยงาม จนทำให้หายเหนื่อยเป็นปลิดทิ้ง
- GenresTravel
399 pages
First published January 1, 2006
About the author
นิ้วกลม
81 books337 followersนิ้วกลม หรือชื่อจริง สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์ เข้าเรียนที่โรงเรียนอนุบาลที่เซนต์จอห์น และโรงเรียนเซนต์จอห์น ตามลำดับต่อมา
เรียนมัธยมต้นและปลายที่โรงเรียนบดิทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)
และเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกร์มหาวิทยาลัย
ในด้านการทำงานได้เข้าทำงานโฆษณาที่บริษัทลีโอ เบอร์เนทท์ และต่อมาที่บริษัทเจดับบลิว เริ่มเขียนหนังสือที่นิตยสารอะเดย์โดยมีผลงานที่มีชื่อเสียงจากเรื่อง "โตเกียวไม่มีขา" และมีผลงานต่อมาอย่างต่อเนื่อง
เรียนมัธยมต้นและปลายที่โรงเรียนบดิทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี)
และเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัยที่คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ จุฬาลงกร์มหาวิทยาลัย
ในด้านการทำงานได้เข้าทำงานโฆษณาที่บริษัทลีโอ เบอร์เนทท์ และต่อมาที่บริษัทเจดับบลิว เริ่มเขียนหนังสือที่นิตยสารอะเดย์โดยมีผลงานที่มีชื่อเสียงจากเรื่อง "โตเกียวไม่มีขา" และมีผลงานต่อมาอย่างต่อเนื่อง
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 15 of 15 reviews
February 1, 2012
ถ้าใครชอบ "การเดินทาง" ซึ่งแตกต่างจาก "การท่องเที่ยว" (สองอย่างนี้มันต่างกัน ในหนังสือมีกล่าวไว้ น่าสนใจมากๆ) ก็คงรักและอยากไปเยือนเนปาลสักครั้ง เพราะเนปาลพาลให้เราฉุกคิดอะไรหลายๆเรื่องในชีวิตได้เยอะทีเดียว (according to นิ้วกลม และตัวเอง) ทั้งเรื่องความยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ ความพอเพียงของชีวิต ความเรียบง่ายของวิถีมนุษย์ ความวุ่นวายของคนเมือง มิตรภาพ เป้าหมายในชีวิต จุดประสงค์ที่แท้จริงของการปีนเขา การรู้จักพอ ความสุขใกล้ตัว และอื่่นๆ
มีประโยคนึงที่โดนใจอย่างมาก เพราะคิดเห็นเหมือนกันแท้ๆประมาณว่า "คนที่ใช้ชีวิตเรียบง่าย อยู่อย่างพอเพียง นี่แหล่ะคือคนที่น่าอิจฉาที่สุด" ตื่นมาทำมาหากินเล็กๆน้อยๆ เย็นเข้านอนพักผ่อนตามอัธยาศัย ไม่ต้องดิ้นรนเครียดอะไรกับชีวิต ไม่ต้องทำงานงกๆเพื่อเก็บเงินยามเกษียณ เพราะชีวิตก็เหมือนยามเกษียณทุกวันอยู่แล้ว มันก็แปลกที่คนเราชาวเมืองยอมเสียสละความสุขเพื่อแลกกับเงินเป็นเวลาหลายปี เพียงเพื่อจะมีความสุข (แบบออดๆแอดๆ) ไม่กี่ปีตอนบั้นปลายชีวิต
นี่เองเป็นความรู้สึกเดียวกับเวลาที่เราเห็นชาวบ้านที่เมืองเชียงคาน แต่ชาวบ้านบนภูเขาสูง แนวเทือกเขาหิมาลัยนี้เท่ยิ่งกว่า นักท่องเที่ยวทั้งหลายตะเกียกตะกายปีนป่ายขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นสะท้อนหิมะขาวของหุบเขาหิมาลัย แต่นี่อะไร ตื่นมานั่งชมพระอาทิตย์ขึ้นไปกินข้าวเช้าไปด้วยทุกวี่วัน มองนอกหน้าต่างสิ ก็มีทิวทัศน์เทือกเขาที่สวยงามกว่าในโปสเตอร์หรือนิตยสารท่องเที่ยวซะอีก น่าอิจฉายิ่งกว่าอะไร
การปีนป่ายตะกายขึ้นเขาก็เป็นอีกเรื่องที่ฉุกคิดว่า "พวกนักปีนเขาเนี่ย มันจะทรมานตัวเองปีนขึ้นไปทำไมวะ?" ดีใจเหลือเกินที่ระหว่างการปีนเขา "นิ้วกลม" ก็แอบฉุกคิดและให้คำตอบไว้เหมือนกัน แม้จะมีคำตอบหลากหลายตามศรัทธาของแต่ละคน แต่เราก็แอบมีคำตอบไว้ในใจไว้เหมือนกัน...
เราว่า การตะเกียกตะกายปีนเขาเป็นการพยายามที่จะออกจากสิ่งที่ทำเป็นประจำทุกวัน และการกระทำนี้ก็เป็นการค้นหาความหมายของชีวิตว่าชีวิตคืออะไร บางทีเวลาเราอยู่กับกิจวัตรเดิมๆทุกวัน เรามักจะ"หลงลืม"ที่จะออกไปใช้ชีวิต การออกไปปีนเขาก็คือการออกไปใช้ชีวิต และการทรมานตะเกียกตะกายปีนป่ายนั้น ก็เพื่อให้เราเห็นคุณค่าในสิ่งที่เราอาจจะเคยมองข้ามไป และที่สำคัญที่สุด ก็เพื่อที่เราจะได้เห็นคุณค่าของตัวเอง...
มีประโยคนึงที่โดนใจอย่างมาก เพราะคิดเห็นเหมือนกันแท้ๆประมาณว่า "คนที่ใช้ชีวิตเรียบง่าย อยู่อย่างพอเพียง นี่แหล่ะคือคนที่น่าอิจฉาที่สุด" ตื่นมาทำมาหากินเล็กๆน้อยๆ เย็นเข้านอนพักผ่อนตามอัธยาศัย ไม่ต้องดิ้นรนเครียดอะไรกับชีวิต ไม่ต้องทำงานงกๆเพื่อเก็บเงินยามเกษียณ เพราะชีวิตก็เหมือนยามเกษียณทุกวันอยู่แล้ว มันก็แปลกที่คนเราชาวเมืองยอมเสียสละความสุขเพื่อแลกกับเงินเป็นเวลาหลายปี เพียงเพื่อจะมีความสุข (แบบออดๆแอดๆ) ไม่กี่ปีตอนบั้นปลายชีวิต
นี่เองเป็นความรู้สึกเดียวกับเวลาที่เราเห็นชาวบ้านที่เมืองเชียงคาน แต่ชาวบ้านบนภูเขาสูง แนวเทือกเขาหิมาลัยนี้เท่ยิ่งกว่า นักท่องเที่ยวทั้งหลายตะเกียกตะกายปีนป่ายขึ้นไปชมพระอาทิตย์ขึ้นสะท้อนหิมะขาวของหุบเขาหิมาลัย แต่นี่อะไร ตื่นมานั่งชมพระอาทิตย์ขึ้นไปกินข้าวเช้าไปด้วยทุกวี่วัน มองนอกหน้าต่างสิ ก็มีทิวทัศน์เทือกเขาที่สวยงามกว่าในโปสเตอร์หรือนิตยสารท่องเที่ยวซะอีก น่าอิจฉายิ่งกว่าอะไร
การปีนป่ายตะกายขึ้นเขาก็เป็นอีกเรื่องที่ฉุกคิดว่า "พวกนักปีนเขาเนี่ย มันจะทรมานตัวเองปีนขึ้นไปทำไมวะ?" ดีใจเหลือเกินที่ระหว่างการปีนเขา "นิ้วกลม" ก็แอบฉุกคิดและให้คำตอบไว้เหมือนกัน แม้จะมีคำตอบหลากหลายตามศรัทธาของแต่ละคน แต่เราก็แอบมีคำตอบไว้ในใจไว้เหมือนกัน...
เราว่า การตะเกียกตะกายปีนเขาเป็นการพยายามที่จะออกจากสิ่งที่ทำเป็นประจำทุกวัน และการกระทำนี้ก็เป็นการค้นหาความหมายของชีวิตว่าชีวิตคืออะไร บางทีเวลาเราอยู่กับกิจวัตรเดิมๆทุกวัน เรามักจะ"หลงลืม"ที่จะออกไปใช้ชีวิต การออกไปปีนเขาก็คือการออกไปใช้ชีวิต และการทรมานตะเกียกตะกายปีนป่ายนั้น ก็เพื่อให้เราเห็นคุณค่าในสิ่งที่เราอาจจะเคยมองข้ามไป และที่สำคัญที่สุด ก็เพื่อที่เราจะได้เห็นคุณค่าของตัวเอง...
February 18, 2018
อ่านจบแล้วก็อยากไปออกกำลังกายตั้งแต่วันนี้ อยากไป trekking ที่เนปาลสักครั้งในชีวิต
“ชีวิตพื้นๆที่บ้าน ไม่ว่าการนั่งรับประทานอาหารเช้ากับภรรยา การสามารถเดินเท้าเปล่าไปเข้าห้องน้ำกลางดึก กลายเป็นความน่ายินดีของชีวิต” - จอน คราเคาเออร์
“ชีวิตพื้นๆที่บ้าน ไม่ว่าการนั่งรับประทานอาหารเช้ากับภรรยา การสามารถเดินเท้าเปล่าไปเข้าห้องน้ำกลางดึก กลายเป็นความน่ายินดีของชีวิต” - จอน คราเคาเออร์
December 13, 2016
ไม่ค่อยถูกจริตกับหนังสือที่เป็นบทสั้นมากๆ แต่เล่มนี้อ่านแล้วชวนให้อยากเดินทางไปให้หิมาลัยกอด
April 26, 2019
เล่มนี้ยังอยู่ในช่วงนิ้วกลมที่เราชอบอยู่ ถ้าเทียบกับความพร่ำเพ้อของหิมาลัยไม่มีจริงแล้ว ชอบเล่มนี้มากกว่ามากๆ
December 20, 2019
คือพออ่านก็ชอบความสัมพันธ์เพื่อนคุณเอ๋และเพื่อน เลยอยากไปกับเพื่อนที่สนิทใจ อยากลองไปดูว่ามันยิ่งใหญ่ขนาดไหน นี่คือหนังสือที่เราคิดว่าดีที่สุดของคุณเอ๋ เท่าที่เราอ่านมา
November 10, 2020
สิ่งที่ตามหาอาจอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกล
I wish we may meet early in the future.
♡
I wish we may meet early in the future.
♡
August 13, 2016
สนุกดีอยากแต่ไม่ได้อยากไปแบบนี้อ่ะ ชีวิตนี้ลำบากมาทั้งชีวิตละถ้าจะไปขอไปแบบไม่ลำบากละกัน สถานที่ต่างๆในเล่มก็ไม่รู้ว่าจะเหลืออะไรบ้างหลังจากแผ่นดินไหวปี 2558 ก็น่าเสียใจอยู่...อยากไปดูบ้านเมืองเค้าแต่ไม่ขึ้นเขาได้มั๊ย :P
This entire review has been hidden because of spoilers.
October 31, 2011
อ่านบทสุดท้ายก็ทราบที่มาของ "เนปาลประมาณสะดือ" ได้ แต่แนะนำให้อ่านตั้งแต่บทแรกดีกว่า เหมือนกับที่ดูยอดเขาเอเวอเรสต์จากหน้าต่างเครื่องบินกับตีนเขามันต่างกันนั่นเอง
March 31, 2012
สนุกดี อ่านเพลิน 3-4 ชม ก็จบ ชอบบทสรุป ยังไง นักเดินทางก็ต้องกลับบ้าน จริงสินะ การมีบ้านให้กลับและมีคนรออยู่ที่บ้านมันดีอย่างนี้เอง
October 31, 2013
ยืมนัทมาอ่านแบบไม่ได้คาดหวังอะไร ก็โอเค อ่านได้ขำๆ จ้ะ
January 14, 2014
อ่านแล้วอยากไปเนปาลจัง
December 13, 2016
เป็นหนึ่งหนังสือของนิ้วกลมไม่กี่เล่มที่เราชอบ เป็นประสบการณ์ไปเนปาลที่สน้างแรงบัลดาลใจให้อยากตามรอยมาก
December 4, 2013
Exited!!!
Displaying 1 - 15 of 15 reviews
















