What do you think?


ยามสุริยะเยือก
ฮอกไกโด เมืองมูโรรัง ปีโชวะ 22 ช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2
ขณะที่สภาพการณ์โดยทั่วไปยังคงเขม็งเกลียว
ณ โรงงานผลิตอาวุธป้อนกองทัพ เกิดเหตุฆาตกรรม...ไม่ใช่แค่รายเดียว
หลายต่อหลายคน...ตายด้วยยาพิษ
เรื่องราวเกิดขึ้นที่จังหวัดฮอกไกโด เมืองมูโรรัง
ฮิซากิ ยาฮิโระมีเชื้อสายไอนุ เขาคือคนที่สืบคดีปริศนาในฐานะตำรวจการเมือง
คอยจับคนที่ต่อต้านนโยบายของรัฐบาลในยุคที่เป็นเผด็จการทหาร
ญี่ปุ่นเคยบุกขึ้นไปผนวกฮอกไกโดเมื่อนานมาแล้ว และกลืนเผ่าพันธุ์ไอนุ ความเป็นไอนุถูกเหยียดหยาม ไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นคนญี่ปุ่นอย่างแท้จริง
เมื่อฮิซากิ ยาฮิโระผู้มีเชื้อสายไอนุก้าวเข้าไปสืบคดี แต่แล้วตัวเองกลับประสบโชคชะตาที่พลิกผัน
ฮิซากิเคยผ่านอะไรมามากมาย และยังต้องมาประสบเหตุที่อันตรายถึงชีวิตขนาดนี้
ชะตากรรมจะลงเอยอย่างไร...ความลี้ลับกำลังค่อย ๆ คลายตัวเหนือความคาดหมาย
ขณะที่สภาพการณ์โดยทั่วไปยังคงเขม็งเกลียว
ณ โรงงานผลิตอาวุธป้อนกองทัพ เกิดเหตุฆาตกรรม...ไม่ใช่แค่รายเดียว
หลายต่อหลายคน...ตายด้วยยาพิษ
เรื่องราวเกิดขึ้นที่จังหวัดฮอกไกโด เมืองมูโรรัง
ฮิซากิ ยาฮิโระมีเชื้อสายไอนุ เขาคือคนที่สืบคดีปริศนาในฐานะตำรวจการเมือง
คอยจับคนที่ต่อต้านนโยบายของรัฐบาลในยุคที่เป็นเผด็จการทหาร
ญี่ปุ่นเคยบุกขึ้นไปผนวกฮอกไกโดเมื่อนานมาแล้ว และกลืนเผ่าพันธุ์ไอนุ ความเป็นไอนุถูกเหยียดหยาม ไม่ได้รับการยอมรับว่าเป็นคนญี่ปุ่นอย่างแท้จริง
เมื่อฮิซากิ ยาฮิโระผู้มีเชื้อสายไอนุก้าวเข้าไปสืบคดี แต่แล้วตัวเองกลับประสบโชคชะตาที่พลิกผัน
ฮิซากิเคยผ่านอะไรมามากมาย และยังต้องมาประสบเหตุที่อันตรายถึงชีวิตขนาดนี้
ชะตากรรมจะลงเอยอย่างไร...ความลี้ลับกำลังค่อย ๆ คลายตัวเหนือความคาดหมาย
440 pages, Paperback
First published January 1, 2018
About the author
Aki Hamanaka
24 books13 followersAssociated Names:
Aki Hamanaka(English)
葉真中 顕(Japanese)
葉真中顯(Traditional Chinese)
叶真中显(Simplified Chinese)
Aki Hamanaka(English)
葉真中 顕(Japanese)
葉真中顯(Traditional Chinese)
叶真中显(Simplified Chinese)
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 8 of 8 reviews
August 18, 2023
เป็นนิยายประวัติศาสตร์สงครามที่มีการฆาตกรรมเป็นเส้นเรื่องรอง
บรรยากาศในเรื่องอยู่ในญี่ปุ่นช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เต็มไปด้วยบรรยากาศการปลูกฝังค่านิยมรักชาติ รบเพื่อจักรวรรดิ พลีชีพเพื่อจักรวรรดิ ใครที่ตั้งคำถามจะถูกจับกุมและปราบปราม อ่านแล้วเศร้าเพราะมันคือเรื่องจริง ประชาชนไม่เหลือทางเลือกใดนอกจากทำตามที่จักรพรรดิสั่ง
คงเป็นความตั้งใจของผู้เขียนที่ทำให้เราตั้งคำถามถึงการปกครอง ชาตินิยม ชาติเป็นของประชาชนหรือกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง สุดท้ายแล้วนิยามของชาติคืออะไร?
“เชิดชูอุดมการณ์โดยไม่ยอมรับความเห็นต่าง
ยกใจรักชาติและลัทธิชาตินิยมมางัด
เรียกร้องให้ประชาชนตายเพื่ออุดมการณ์
คนที่ไม่ทำตามก็ถูกปราบปรามจนตาย
นี่ฮิซากิไม่คิดว่าประเทศของฉันกับประเทศของนายช่างเหมือนกันบ้างหรือ”…หน้า 285
บรรยากาศในเรื่องอยู่ในญี่ปุ่นช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง เต็มไปด้วยบรรยากาศการปลูกฝังค่านิยมรักชาติ รบเพื่อจักรวรรดิ พลีชีพเพื่อจักรวรรดิ ใครที่ตั้งคำถามจะถูกจับกุมและปราบปราม อ่านแล้วเศร้าเพราะมันคือเรื่องจริง ประชาชนไม่เหลือทางเลือกใดนอกจากทำตามที่จักรพรรดิสั่ง
คงเป็นความตั้งใจของผู้เขียนที่ทำให้เราตั้งคำถามถึงการปกครอง ชาตินิยม ชาติเป็นของประชาชนหรือกลุ่มคนกลุ่มหนึ่ง สุดท้ายแล้วนิยามของชาติคืออะไร?
“เชิดชูอุดมการณ์โดยไม่ยอมรับความเห็นต่าง
ยกใจรักชาติและลัทธิชาตินิยมมางัด
เรียกร้องให้ประชาชนตายเพื่ออุดมการณ์
คนที่ไม่ทำตามก็ถูกปราบปรามจนตาย
นี่ฮิซากิไม่คิดว่าประเทศของฉันกับประเทศของนายช่างเหมือนกันบ้างหรือ”…หน้า 285
September 29, 2023
ในบรรดาสามเรื่องที่เราอ่านของอาจารย์ฮานามากิ เราว่าเล่มนี้มีการเล่าที่สมูธที่สุด จังหวะการเปลี่ยนฉากมันดี ชวนให้อ่านต่อไม่ตัดฉับ และแบ่งแอร์ไทม์ให้ตัวละครได้ดี จากการอ่านมาสามเล่มเราว่าอาจารย์ฮานามากิเป็นคนที่พัฒนาด้านการเขียนมาก ไม่ต้องพูดถึงด้านทักษะการหาข้อมูลที่เน้นปึ้กทุกเล่ม แล้วนำมาเรียบเรียงให้เข้ากับประเด็นสืบสวนที่น่าติดตาม ยังไม่รวมกับตัวละครที่มีหลายแง่มุม ทั้งด้านดีและไม่ดีในตัวละครหลัก การพัฒนาตัวละครในเล่มนี้แม้จะไม่ชัดเท่าชีวิตบูล แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความอิลั่กอิเหลือกในใจของพระเอกได้ดี และก็ชดเชยในแง่ประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่สอง และพิธีกรรม ความเป็นชนเผ่าไอนุแทน
แต่แน่นอนว่าพอมันเล่าย้อนอดีต ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ประเด็นหลักที่เป็นแก่นคำถามของเล่มนี้คือ ชาติคืออะไรกันแน่ ทำไมเราต้องรักและเชิดชูขนาดนี้ พอมานั่งนึกๆ ดู พระเอกชนเผ่าไอนุก็มีความสลิ่มอยู่ไม่น้อย แต่เป็นสลิ่มที่เข้าใจได้เพราะถูกล้างสมองและพยายามลบความเป็นอื่น เหมือนอย่างที่ชนเผ่ากลุ่มน้อยอื่นๆ โดนทั้งโลก มันมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แน่นอนว่าคนที่เห็นด้วยนั้นก็บอกว่านี่คือความก้าวหน้าของชนเผ่าเพราะอำนวยความสะดวกอื่นๆ ให้ แต่ตัวละคนนึงในเล่มก็ชัดเจนว่าความสะดวกกับความสุขหาใช่สิ่งเดียวกันไม่ เราอ่านแล้วก็ยิ่งนึกถึงปัจจุบันที่บางครั้งเราเอาความสุขกับความสะดวกสบายเป็นสิ่งเดียวกัน แน่นอนว่าความสะดวกสบายบางอย่างนำมาสิ่งความสุขได้ แต่ไม่ใช่กับเครื่องอำนวยความสะดวกทุกอย่างที่มอบความสุขให้แน่ๆ
โดยความที่เราเป็นคนยุคโลกมีอินเทอร์เน็ตแล้ว สำนึกความเป็นชาติยิ่งน้อยลง แล้วยิ่งพออ่านหนังสือก็มีคำถามเดียวกันกับตัวละคนในเรื่องว่าความเป็นชาติคืออะไรกันแน่ ไทยแท้ ญี่ปุ่นแท้มีจริงหรอ ในยุคหนึ่งความเป็นชาติอาจจะเอาไว้รวมใจ ยึดโยงคนเข้าด้วยกันได้ แต่นั่นหมายถึงเรากำลังแบ่งเขาแบ่งเรากันอยู่หรือเปล่าด้วยเหมือนกัน เราว่าเรื่องนี้ทุกคนอาจจะมีคำตอบในใจไม่เหมือนกัน ตัวละครในเรื่องเองก็มีคำตอบไม่เหมือนกันด้วย เราว่าประเด็นนี้คำตอบของฮิซากะ (พระเอก) คลี่คลายออกมาได้ดีมากๆ มันไม่ใช่สำนึกแบบคนรุ่นปัจจุบัน แต่อ่านแล้วก็รู้สึกว่าเออ เรากำลังอ่านอดีตอยู่จริงๆ มันมีคนแบบนี้อยู่จริงๆ มันทำให้เราเชื่อไปแวบนึงเลยว่า ในหน้าประวัติศาสตร์ที่ไม่ได้ถูกบอกเล่าในช่วงเวลาสงครามของญี่ปุ่นอาจจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นจริง
ด้วยความที่เราอ่าน คดีฆาตกรรมโดมปรมาณู แล้วในเล่มได้เล่าถึงประเด็นปรมาณูของญี่ปุ่นด้วยเหมือนกัน เชิงว่าจริงๆ แล้วญี่ปุ่นอาจจะไม่ได้โดนถล่มถึงสองครั้งขนาดนี้ แต่ไม่มั่นใจว่าใช่เล่มนี้ หรือเล่มไหนพูดประมาณว่าญี่ปุ่นก็เกือบทำสำเร็จแล้วเหมือนกันถ้าไม่เกิด.... ไปเสียก่อน แล้วมันก็มาโยงถึงเล่มนี้ ทำให้เราได้แต่แบบ เออ อาจารย์ฮานามากิเลือกหยิบเรื่องราวของประวัติศาสตร์เอามาเป็นฉากหลังแล้วสร้างใหม่จากช่องโหว่ตรงไหนได้ดีมากๆ
แล้วช่วงเวลาในเล่มคือสงครามโลกครั้งที่สองมันตรงกับหนังสือหลายๆ เล่มในช่วงเวลาที่ผ่านที่เราอ่านพอดี ไม่ว่าจะเป็นปาจิงโกะ หยัดยืน หรือ กากบาทสีชาด มันทำให้เราเห็นแง่มุมของสงครามจากหลายๆ บุคคล ซึ่งในเล่มสุริยะเยือกได้เล่าในมุมของตำรวจที่เราคิดว่า เออ ในช่วงสงครามตำรวจบทบาทน้อยกว่าทหารเยอะมากๆ แต่ก็คิดไม่ออกว่าเขาทำอะไรกันบ้าง ตำรวจก็คงต้องไปรบเหมือนทหารแหละ ก็ขอย้ำอีกรอบว่าอาจารย์ฮานามากิเลือกหยิบส่วนที่ช่องโหว่ของประวัติศาสตร์ได้ดีมากจริงๆ
เล่มนี้หนา เพราะมีส่วนขยายเยอะ ทั้งพิธีกรรมของชาวไอนุ เกร็ดประวัติศาสตร์ อาจจะดูน่าเบื่อไปนิดสำหรับคนที่ไม่ได้สนใจ เพราะการสืบคดีเป็นตัวรองจริงๆ แต่เพราะวิธีการเล่าที่สลับ pov ไปมาและตัวละครที่มีเสน่ห์ทำให้เล่มนี้ไม่หมดสนุกค่ะ
แต่แน่นอนว่าพอมันเล่าย้อนอดีต ช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง ประเด็นหลักที่เป็นแก่นคำถามของเล่มนี้คือ ชาติคืออะไรกันแน่ ทำไมเราต้องรักและเชิดชูขนาดนี้ พอมานั่งนึกๆ ดู พระเอกชนเผ่าไอนุก็มีความสลิ่มอยู่ไม่น้อย แต่เป็นสลิ่มที่เข้าใจได้เพราะถูกล้างสมองและพยายามลบความเป็นอื่น เหมือนอย่างที่ชนเผ่ากลุ่มน้อยอื่นๆ โดนทั้งโลก มันมีทั้งคนที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย แน่นอนว่าคนที่เห็นด้วยนั้นก็บอกว่านี่คือความก้าวหน้าของชนเผ่าเพราะอำนวยความสะดวกอื่นๆ ให้ แต่ตัวละคนนึงในเล่มก็ชัดเจนว่าความสะดวกกับความสุขหาใช่สิ่งเดียวกันไม่ เราอ่านแล้วก็ยิ่งนึกถึงปัจจุบันที่บางครั้งเราเอาความสุขกับความสะดวกสบายเป็นสิ่งเดียวกัน แน่นอนว่าความสะดวกสบายบางอย่างนำมาสิ่งความสุขได้ แต่ไม่ใช่กับเครื่องอำนวยความสะดวกทุกอย่างที่มอบความสุขให้แน่ๆ
โดยความที่เราเป็นคนยุคโลกมีอินเทอร์เน็ตแล้ว สำนึกความเป็นชาติยิ่งน้อยลง แล้วยิ่งพออ่านหนังสือก็มีคำถามเดียวกันกับตัวละคนในเรื่องว่าความเป็นชาติคืออะไรกันแน่ ไทยแท้ ญี่ปุ่นแท้มีจริงหรอ ในยุคหนึ่งความเป็นชาติอาจจะเอาไว้รวมใจ ยึดโยงคนเข้าด้วยกันได้ แต่นั่นหมายถึงเรากำลังแบ่งเขาแบ่งเรากันอยู่หรือเปล่าด้วยเหมือนกัน เราว่าเรื่องนี้ทุกคนอาจจะมีคำตอบในใจไม่เหมือนกัน ตัวละครในเรื่องเองก็มีคำตอบไม่เหมือนกันด้วย เราว่าประเด็นนี้คำตอบของฮิซากะ (พระเอก) คลี่คลายออกมาได้ดีมากๆ มันไม่ใช่สำนึกแบบคนรุ่นปัจจุบัน แต่อ่านแล้วก็รู้สึกว่าเออ เรากำลังอ่านอดีตอยู่จริงๆ มันมีคนแบบนี้อยู่จริงๆ มันทำให้เราเชื่อไปแวบนึงเลยว่า ในหน้าประวัติศาสตร์ที่ไม่ได้ถูกบอกเล่าในช่วงเวลาสงครามของญี่ปุ่นอาจจะมีเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นจริง
ด้วยความที่เราอ่าน คดีฆาตกรรมโดมปรมาณู แล้วในเล่มได้เล่าถึงประเด็นปรมาณูของญี่ปุ่นด้วยเหมือนกัน เชิงว่าจริงๆ แล้วญี่ปุ่นอาจจะไม่ได้โดนถล่มถึงสองครั้งขนาดนี้ แต่ไม่มั่นใจว่าใช่เล่มนี้ หรือเล่มไหนพูดประมาณว่าญี่ปุ่นก็เกือบทำสำเร็จแล้วเหมือนกันถ้าไม่เกิด.... ไปเสียก่อน แล้วมันก็มาโยงถึงเล่มนี้ ทำให้เราได้แต่แบบ เออ อาจารย์ฮานามากิเลือกหยิบเรื่องราวของประวัติศาสตร์เอามาเป็นฉากหลังแล้วสร้างใหม่จากช่องโหว่ตรงไหนได้ดีมากๆ
แล้วช่วงเวลาในเล่มคือสงครามโลกครั้งที่สองมันตรงกับหนังสือหลายๆ เล่มในช่วงเวลาที่ผ่านที่เราอ่านพอดี ไม่ว่าจะเป็นปาจิงโกะ หยัดยืน หรือ กากบาทสีชาด มันทำให้เราเห็นแง่มุมของสงครามจากหลายๆ บุคคล ซึ่งในเล่มสุริยะเยือกได้เล่าในมุมของตำรวจที่เราคิดว่า เออ ในช่วงสงครามตำรวจบทบาทน้อยกว่าทหารเยอะมากๆ แต่ก็คิดไม่ออกว่าเขาทำอะไรกันบ้าง ตำรวจก็คงต้องไปรบเหมือนทหารแหละ ก็ขอย้ำอีกรอบว่าอาจารย์ฮานามากิเลือกหยิบส่วนที่ช่องโหว่ของประวัติศาสตร์ได้ดีมากจริงๆ
เล่มนี้หนา เพราะมีส่วนขยายเยอะ ทั้งพิธีกรรมของชาวไอนุ เกร็ดประวัติศาสตร์ อาจจะดูน่าเบื่อไปนิดสำหรับคนที่ไม่ได้สนใจ เพราะการสืบคดีเป็นตัวรองจริงๆ แต่เพราะวิธีการเล่าที่สลับ pov ไปมาและตัวละครที่มีเสน่ห์ทำให้เล่มนี้ไม่หมดสนุกค่ะ
March 16, 2023
สนุกสุดๆ ชอบบรรยากาศของเรื่อง
November 26, 2024
TW : มีพูดถึงการข่มขืน
สนุกมาก ดีใจที่หยิบติดมาจากห้องสมุด5555 มีพิมพ์ผิดตอนบทท้ายๆ เซ็งนิดหน่อย เนื้อหาเกี่ยวกับความโหดร้ายของสงคราม อ่านไปก็หดหู่ไป ตัวละครเอกฮิซากิเป็นคนรักชาติเลือดเข้มข้นเกิ๊น ส่วน ย็องชุน (แสนดีที่หนึ่ง จิตใจเหมือนพระโพธิสัตว์) เดือดร้อนไปด้วยจนเกือบตาย ตอนจบก็ดีคลายปมตัวละคร
แต่จะใส่บรรยายฉากข่มขืนสองแม่ลูกมาทำเพื่อ??? เพื่อให้เห็นความชั่วเลวร้ายเหรอ แต่แป่กๆเกิน
โดยรวม ด่าชาตินิยมทั้งเล่ม เริส
สนุกมาก ดีใจที่หยิบติดมาจากห้องสมุด5555 มีพิมพ์ผิดตอนบทท้ายๆ เซ็งนิดหน่อย เนื้อหาเกี่ยวกับความโหดร้ายของสงคราม อ่านไปก็หดหู่ไป ตัวละครเอกฮิซากิเป็นคนรักชาติเลือดเข้มข้นเกิ๊น ส่วน ย็องชุน (แสนดีที่หนึ่ง จิตใจเหมือนพระโพธิสัตว์) เดือดร้อนไปด้วยจนเกือบตาย ตอนจบก็ดีคลายปมตัวละคร
แต่จะใส่บรรยายฉากข่มขืนสองแม่ลูกมาทำเพื่อ??? เพื่อให้เห็นความชั่วเลวร้ายเหรอ แต่แป่กๆเกิน
โดยรวม ด่าชาตินิยมทั้งเล่ม เริส
This entire review has been hidden because of spoilers.
April 4, 2024
สนพ. ไม่มีการพิสูจน์อักษรเลยเหรอ.... ผิดเยอะจนหงุดหงิด
September 14, 2024
An anti-nationalism novel written by a Japanese author about WWII. The plot went awry at the end but overall still a very fascinating read.
Rounded up to 4 stars.
Rounded up to 4 stars.
August 11, 2024
ทั้งบรรยากาศรอบข้างในเรื่อง ประเด็นทางสังคมการเมือง ที่ส่งผลกับตัวละครและสภาพแวดล้อมเขียนได้อย่างเห็นชัด และเข้าใจตามได้อย่างชัดเจน
January 11, 2024
ยามสุริยะเยือก เล่มที่สองของอาจารย์ฮามานากิที่ได้อ่าน ประทับใจมาก เอาพล็อตสงครามมาเขียนให้ไม่น่าเบื่อได้ เล่มนี้ฟีลลิ่งเหมือนดูหนังเลย แบบพระเอกมีเสน่ห์มาก ปูมหลังแน่นสุด แถมยังแอบใส่โมเม้นให้จิ้นได้อีก ถ้าใครพอมีความรู้เรื่องประวัติศาสตร์ญปช่วงสงครามโลกจะยิ่งอิน ยิ่งสนุก
Displaying 1 - 8 of 8 reviews









