What do you think?


อมตะ
วรรณกรรมสร้างสรรค์ยอดเยี่ยมแห่งอาเซียนประเภทนวนิยาย ประจำปี 2543
ดุจสถาปัตยกรรมที่ฉลักเฉลาพลิ้วพรายด้วยเสน่ห์แห่งวันวาน วรรณกรรมไทยชิ้นนี้ยืนผ่านกาลสมัยมาอย่างขรึมขลังเช่นนั้น
"วิมล ไทรนิ่มนวล" สร้างสรรค์นวนิยายชิ้นคลาสสิกนี้ในบรรยากาศอันน่าทึ่งของโลกอนาคตที่มนุษย์เราสามารถเปลี่ยนถ่ายอวัยวะได้สำเร็จ ซึ่งหมายถึงการก้าวข้ามการเวียนว่ายตายเกิดไปถึงระดับชั้นของการมีชีวิตนิรันดร์ คือความเป็นอมตะ!
เมื่อมนุษย์สถาปนาตัวเป็นพระเจ้า โครงสร้างทางศีลธรรมจริยธรรมของมนุษย์ย่อมสั่นคลอนเมื่อไม่ถูกยึดโยงอีกต่อไป สิ่งที่ท้าทายการอ่านนวนิยายเรื่องนี้ คือ เงื่อนปมแห่งการวิวาทระหว่างความเชื่อสองแนวทางที่แตกต่างกันในเรื่อง "วัตถุ" กับ "จิต" ร่างกายหนึ่งนั้นหากถูกเปลี่ยนสมองก้อนใหม่แล้ว คนผู้นั้นจะถูกครอบครองบงการชีวิตด้วย "จิต" หรือ "สมอง"? และอะไรคือความหมายที่แท้จริงของความเป็นมนุษย์และความเป็นอมตะ?
ดุจสถาปัตยกรรมที่ฉลักเฉลาพลิ้วพรายด้วยเสน่ห์แห่งวันวาน วรรณกรรมไทยชิ้นนี้ยืนผ่านกาลสมัยมาอย่างขรึมขลังเช่นนั้น
"วิมล ไทรนิ่มนวล" สร้างสรรค์นวนิยายชิ้นคลาสสิกนี้ในบรรยากาศอันน่าทึ่งของโลกอนาคตที่มนุษย์เราสามารถเปลี่ยนถ่ายอวัยวะได้สำเร็จ ซึ่งหมายถึงการก้าวข้ามการเวียนว่ายตายเกิดไปถึงระดับชั้นของการมีชีวิตนิรันดร์ คือความเป็นอมตะ!
เมื่อมนุษย์สถาปนาตัวเป็นพระเจ้า โครงสร้างทางศีลธรรมจริยธรรมของมนุษย์ย่อมสั่นคลอนเมื่อไม่ถูกยึดโยงอีกต่อไป สิ่งที่ท้าทายการอ่านนวนิยายเรื่องนี้ คือ เงื่อนปมแห่งการวิวาทระหว่างความเชื่อสองแนวทางที่แตกต่างกันในเรื่อง "วัตถุ" กับ "จิต" ร่างกายหนึ่งนั้นหากถูกเปลี่ยนสมองก้อนใหม่แล้ว คนผู้นั้นจะถูกครอบครองบงการชีวิตด้วย "จิต" หรือ "สมอง"? และอะไรคือความหมายที่แท้จริงของความเป็นมนุษย์และความเป็นอมตะ?
247 pages, Paperback
First published August 1, 2000
About the author
วิมล ไทรนิ่มนวล
7 books5 followersวิมล ไทรนิ่มนวล เกิด พ.ศ. 2498 เป็นชาวอำเภอบางเลน จ.นครปฐม จบการศึกษาปริญญาตรี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร เคยรับราชการเป็นครูอยู่ 10 ปี แล้วลาออก เคยทำงานเป็นบรรณาธิการสำนักพิมพ์ทานตะวัน และเป็นบรรณาธิการสมทบบริษัท ต้นอ้อ จำกัด พร้อมกับสร้างสรรค์งานวรรณกรรม
Ratings & Reviews
Friends & Following
Create a free account to discover what your friends think of this book!
Community Reviews
Displaying 1 - 17 of 17 reviews
September 13, 2014
พล็อตเรื่องน่าสนใจมาก ชอบการจบแบบปลายเปิดตอนท้ายเรื่องอ่ะ
แต่วิธีการเล่าตรงประเด็นไปหน่อยเหมือนอ่านเลกเชอร์เรื่องพุทธศานา หรือไม่ก็เหมือนบทปาฐกถาที่ต้องการสอนคนดูมากกว่านำเสนอแนวคิดสำคัญของเรื่องเพียงอย่างเดียว ตัวละครบางตัวไม่มีความลึก และถูกนำเสนอได้ค่อนข้างตื้นเขิน ยกเว้นอรชุน (เราชอบที่ตัวละครนี้มีแง่มุมให้นำเสนอได้เยอะ น่าสนใจในฐานะเป็น anti-hero ถ้าไม่นับเรื่องเลกเชอร์ยาวยืดของเฮียแก)มีความจงใจยัดเยียดอคติความเป็นผู้ร้ายให้กับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ในทางตรงกันข้าม ก็ให้หลักการทางศาสนาเป็นสิ่งเตือนสติตัวละครในเรื่องและคนอ่าน(ที่อาจคิดเหมือนกับตัวละครในเรื่องด้วย อ่านแล้วรู้สึกเหมือนโดนด่าอ่าค่ะ /=_=/
แต่วิธีการเล่าตรงประเด็นไปหน่อยเหมือนอ่านเลกเชอร์เรื่องพุทธศานา หรือไม่ก็เหมือนบทปาฐกถาที่ต้องการสอนคนดูมากกว่านำเสนอแนวคิดสำคัญของเรื่องเพียงอย่างเดียว ตัวละครบางตัวไม่มีความลึก และถูกนำเสนอได้ค่อนข้างตื้นเขิน ยกเว้นอรชุน (เราชอบที่ตัวละครนี้มีแง่มุมให้นำเสนอได้เยอะ น่าสนใจในฐานะเป็น anti-hero ถ้าไม่นับเรื่องเลกเชอร์ยาวยืดของเฮียแก)มีความจงใจยัดเยียดอคติความเป็นผู้ร้ายให้กับความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ ในทางตรงกันข้าม ก็ให้หลักการทางศาสนาเป็นสิ่งเตือนสติตัวละครในเรื่องและคนอ่าน(ที่อาจคิดเหมือนกับตัวละครในเรื่องด้วย อ่านแล้วรู้สึกเหมือนโดนด่าอ่าค่ะ /=_=/
November 5, 2016
ถ้าเทียบกับหนังสือ/หนังยุคใหม่หลายเรื่องไอเดียในนิยายได้ซีไรต์เล่มนี้คงเชยไปแล้ว
แต่ถ้าคิดไปถึงสมัยที่เขียนถือว่าทันสมัยมากและน่าสนใจมีการเอาพุทธมาชนกับวิทย์
และทุนนิยมได้ดี
แต่ถ้าคิดไปถึงสมัยที่เขียนถือว่าทันสมัยมากและน่าสนใจมีการเอาพุทธมาชนกับวิทย์
และทุนนิยมได้ดี
December 10, 2021
Interesting story and characters, but the author's beliefs/themes on religion and science aren't so much integrated into them proper but more like being dumped unnaturally into long lectures, making one particular, crucial character especially just a mouthpiece instead of flesh-and-blood individual, which frequently stops the story dead in its track.
Read
May 18, 2020หากเราจะวิวัฒน์ไป... สู่ความอมตะ ?
“คนทั่วไปไม่ค่อยได้มีชีวิตอยู่จริง พวกเขามีชีวิตอยู่แบบเทียม ๆ ทั้งนั้น ผมตระหนักก็เพราะว่า เมื่อความคิดของผมสิ้นสุดลง เวลามันหายไป ไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต ผมจึงรู้ชัดว่าชีวิตของผมอยู่เฉพาะตรงหน้า... ตรงทุกขณะแห่งปัจจุบัน มันสดใหม่เสมอเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด มันเป็นนิรันด์ (ผมอัศจรรย์ใจมาก และเพิ่งรู้จักความหมายแท้จริงของมัน) เพราะว่ามันไม่มีเวลาให้เราต้องคำนึงคำนวณและไม่มีความคิดมาบดบังชีวิตที่แท้จริงของเรา” ,น.209
จิตกับวัตถุ/ จิตกับสมอง/ เทียมกับแท้/ ตะวันตกกับตะวันออก/ วิทยาศาสตร์ บริโภคนิยมกับปรัชญาพระพุทธศาสนา/ ความเป็นอมตะ วัฎสงสารกับความเป็นมนุษย์/ พระเจ้า มนุษย์ ธรรมชาติ/ ศีลธรรม จริยธรรม ความเห็นแก่ตัวและความอยู่รอด...
หลากหลายของคู่ขนานและหลากระดับของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างซ้ำซากซ้ำแล้วซ้ำเล่าในโลกของมนุษย์และความเป็นมนุษย์ของเรา ณ ระหว่างบรรทัดที่ตั้งสติให้ข้าพเจ้าได้ทบทวน ใคร่ครวญในความเป็นมนุษย์ของตนเองไปพร้อม ๆ กับความสนุกสนาน ลุ้น เพลิดเพลินกับจินตนาการของโลกวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การโคลน โลกอนาคตผสมกับพุทธศาสนา จิก ๆ กัด ๆเสียดสีสังคม ธุรกิจอย่างปลาใหญ่กินปลาเล็กในโลกปัจจุบันที่ยังคงร่วมสมัย โดยเฉพาะการคงความเป็นอมตะ วัฎสงสารของชีวิตมนุษย์ และตั้งคำถามที่ย้อนกลับไปไกลถึงที่มาที่ไปของมนุษย์กับงานอัน “อมตะ” ซีไรต์ประจำปี 2543 ของ “วิมล ไทรนิ่มนวล”
“เราทุกคนกลัวตาย เพราะเราอาลัยชีวิต แต่ชีวิตมันก็ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าความทรงจำ ที่สุดแล้วเราก็แค่เสียดายความทรงจำ และเสียดายประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่เราปรารถนาจะได้รับ” ,น. 126
“จะไปเสียดายมันอยู่ทำไมกับไอ้ถุงเน่า ๆ ที่เป็นที่อาศัยของโรคสารพัด โดยเฉพาะไอ้โรคเกิด แก่ เจ็บ ตาย ซึ่งไม่มีวันรักษาหาย สู้ตายไปแล้วเกิดใหม่ดีกว่า” 132
“…บอกน่ะไม่ยากหรอกครับ แต่มันยากที่จะปฏิบัติ ทั้งที่จริงก็ไม่มีอะไรมาก เพียงแต่คุณนั่งลง ทำใจให้สบาย แล้วก็มองดูตัวเอง” ,น.127
พรหมมินทร์ อรชุน และชีวัน อมตะแบบไหนกัน ?
ประหนึ่งราวกับว่าดูหนัง Sci-Fi
อ่านหมายเลข ๒๔/๒๕๖๐ ลองหาอ่านดูครับ #อมตะ #วิมลไทรนิ่มนวล #หนังสือ #อ่าน #อ่านแล้วอ่านเล่า #BooksBAR #AtTheReader #กลินท์แลนด์ #KlinLand #กลินท์และหนังสือ #KlinAndBooks #Read #InToTheBooks #ซีไรต์ประจำปี2543 ณ อ่าน The Reader- The Klin Library
“คนทั่วไปไม่ค่อยได้มีชีวิตอยู่จริง พวกเขามีชีวิตอยู่แบบเทียม ๆ ทั้งนั้น ผมตระหนักก็เพราะว่า เมื่อความคิดของผมสิ้นสุดลง เวลามันหายไป ไม่มีอดีต ไม่มีอนาคต ผมจึงรู้ชัดว่าชีวิตของผมอยู่เฉพาะตรงหน้า... ตรงทุกขณะแห่งปัจจุบัน มันสดใหม่เสมอเหมือนไม่มีที่สิ้นสุด มันเป็นนิรันด์ (ผมอัศจรรย์ใจมาก และเพิ่งรู้จักความหมายแท้จริงของมัน) เพราะว่ามันไม่มีเวลาให้เราต้องคำนึงคำนวณและไม่มีความคิดมาบดบังชีวิตที่แท้จริงของเรา” ,น.209
จิตกับวัตถุ/ จิตกับสมอง/ เทียมกับแท้/ ตะวันตกกับตะวันออก/ วิทยาศาสตร์ บริโภคนิยมกับปรัชญาพระพุทธศาสนา/ ความเป็นอมตะ วัฎสงสารกับความเป็นมนุษย์/ พระเจ้า มนุษย์ ธรรมชาติ/ ศีลธรรม จริยธรรม ความเห็นแก่ตัวและความอยู่รอด...
หลากหลายของคู่ขนานและหลากระดับของความขัดแย้งที่เกิดขึ้นอย่างซ้ำซากซ้ำแล้วซ้ำเล่าในโลกของมนุษย์และความเป็นมนุษย์ของเรา ณ ระหว่างบรรทัดที่ตั้งสติให้ข้าพเจ้าได้ทบทวน ใคร่ครวญในความเป็นมนุษย์ของตนเองไปพร้อม ๆ กับความสนุกสนาน ลุ้น เพลิดเพลินกับจินตนาการของโลกวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การโคลน โลกอนาคตผสมกับพุทธศาสนา จิก ๆ กัด ๆเสียดสีสังคม ธุรกิจอย่างปลาใหญ่กินปลาเล็กในโลกปัจจุบันที่ยังคงร่วมสมัย โดยเฉพาะการคงความเป็นอมตะ วัฎสงสารของชีวิตมนุษย์ และตั้งคำถามที่ย้อนกลับไปไกลถึงที่มาที่ไปของมนุษย์กับงานอัน “อมตะ” ซีไรต์ประจำปี 2543 ของ “วิมล ไทรนิ่มนวล”
“เราทุกคนกลัวตาย เพราะเราอาลัยชีวิต แต่ชีวิตมันก็ไม่ได้เป็นอะไรมากไปกว่าความทรงจำ ที่สุดแล้วเราก็แค่เสียดายความทรงจำ และเสียดายประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่เราปรารถนาจะได้รับ” ,น. 126
“จะไปเสียดายมันอยู่ทำไมกับไอ้ถุงเน่า ๆ ที่เป็นที่อาศัยของโรคสารพัด โดยเฉพาะไอ้โรคเกิด แก่ เจ็บ ตาย ซึ่งไม่มีวันรักษาหาย สู้ตายไปแล้วเกิดใหม่ดีกว่า” 132
“…บอกน่ะไม่ยากหรอกครับ แต่มันยากที่จะปฏิบัติ ทั้งที่จริงก็ไม่มีอะไรมาก เพียงแต่คุณนั่งลง ทำใจให้สบาย แล้วก็มองดูตัวเอง” ,น.127
พรหมมินทร์ อรชุน และชีวัน อมตะแบบไหนกัน ?
ประหนึ่งราวกับว่าดูหนัง Sci-Fi
อ่านหมายเลข ๒๔/๒๕๖๐ ลองหาอ่านดูครับ #อมตะ #วิมลไทรนิ่มนวล #หนังสือ #อ่าน #อ่านแล้วอ่านเล่า #BooksBAR #AtTheReader #กลินท์แลนด์ #KlinLand #กลินท์และหนังสือ #KlinAndBooks #Read #InToTheBooks #ซีไรต์ประจำปี2543 ณ อ่าน The Reader- The Klin Library
October 9, 2022
#อมตะ
วิมล ไทรนิ่มนวล
8/10
“วัตถุ vs จิตนิยม”
อีกครั้งที่ผมได้เดินในคิโนะและสะดุดตาเข้ากับหนังสือดีไซน์สวยเล่มนี้ ที่ดีกรีคว้ารางวัลซีไรต์ปี 43 ก็ไม่รอช้าคว้ามาเชยชมหลังจากอ่านคำโปรยท้ายเล่ม และรวดเดียวจบไปเลยกับ อมตะ
ว่าด้วย setting โลกอนาคตที่วิทยาการล้ำหน้า การโคลนนิ่งนั้นไม่ไกลเกินฝัน นึกภาพอย่างหนังดังปี 2000 ที่อาร์โนลด์สวมบทอย่าง the 6th day โดยเล่าผ่านหนึ่งในตัวเอกอย่าง ชีวัน ครั้นพบความจริงจากผู็เป็นบิดาว่าตนนั้น ไม่ใช่สิ่งใด แต่เป็นอะไหล์สำรองให้กับพ่อบังเกิดเกล้า และถึงคราที่เขาต้องทดแทนบุญคุณ คุณธรรม จริยธรรม ถูกท้าทายในบัดดล เมื่อเรื่องนี้เป็นที่ถกเถียงว่าควรให้ถูกกฏหมายรือไม่ แต่ระหว่างนั้นคุณหมอนามอรชุนผู้มา calm จิตใจของชีวันในวาระสุดท้ายกลับมาด้วยจุดประสงค์ซ้อนเร้นบางอย่าง !! จะเป็นอย่างไร ติดตามมมม
ประเด็นหลักของหนังสือแน่นอนตรงตัวคงไม่พ้น ความถูกต้อง ในการกระทำ ว่าอนาคตมนุษย์โคลน ควรมีสิทธิเท่าเทียมกับคนทั่วไปหรือไม่ การสร้างโคลนเพื่อเปลี่ยนถ่ายอวัยวะถูกต้องหรือไม่ ลึกไปกว่านั้นใน setting จำลองนี้ โลกทุนิยมได้พาเรามาถึงจุดที่มนุษย์ท้าทายบทบาทของพระเจ้า นั้นควรรือไม่ เมื่อเทียบเข้ากับปรัชญาฝั้งเอเชียอย่างจิตนิยม
หนังสือซีไรต์เล่มนี้เสพง่าย ยอกย้อน เล่นกับความคิดเราไปมา กระเทาะ กระแทกเราทั้งปรัชญาจากฝั่งตะวันตก และพุทธศาสนาในด้านตะวันออก ผูกเล่าออกมาเป็นพล๊อต เป็นนิยายไซไฟที่อดคิดไม่ได้เลยว่าถ้านำมาทำเป็น live action จะหน้าสนใจปานใด
ความบันเทิงมี สนุก ชวนติดตาม และยังพาเราไปขบคิดถึงปรัชญาจากสองซีกโลกว่าเราควรจะมีสติกับกระแสที่เราเผชิญหรือเปล่า
ชวนอ่านต่อกันนะคร้าบบบ ;)
วิมล ไทรนิ่มนวล
8/10
“วัตถุ vs จิตนิยม”
อีกครั้งที่ผมได้เดินในคิโนะและสะดุดตาเข้ากับหนังสือดีไซน์สวยเล่มนี้ ที่ดีกรีคว้ารางวัลซีไรต์ปี 43 ก็ไม่รอช้าคว้ามาเชยชมหลังจากอ่านคำโปรยท้ายเล่ม และรวดเดียวจบไปเลยกับ อมตะ
ว่าด้วย setting โลกอนาคตที่วิทยาการล้ำหน้า การโคลนนิ่งนั้นไม่ไกลเกินฝัน นึกภาพอย่างหนังดังปี 2000 ที่อาร์โนลด์สวมบทอย่าง the 6th day โดยเล่าผ่านหนึ่งในตัวเอกอย่าง ชีวัน ครั้นพบความจริงจากผู็เป็นบิดาว่าตนนั้น ไม่ใช่สิ่งใด แต่เป็นอะไหล์สำรองให้กับพ่อบังเกิดเกล้า และถึงคราที่เขาต้องทดแทนบุญคุณ คุณธรรม จริยธรรม ถูกท้าทายในบัดดล เมื่อเรื่องนี้เป็นที่ถกเถียงว่าควรให้ถูกกฏหมายรือไม่ แต่ระหว่างนั้นคุณหมอนามอรชุนผู้มา calm จิตใจของชีวันในวาระสุดท้ายกลับมาด้วยจุดประสงค์ซ้อนเร้นบางอย่าง !! จะเป็นอย่างไร ติดตามมมม
ประเด็นหลักของหนังสือแน่นอนตรงตัวคงไม่พ้น ความถูกต้อง ในการกระทำ ว่าอนาคตมนุษย์โคลน ควรมีสิทธิเท่าเทียมกับคนทั่วไปหรือไม่ การสร้างโคลนเพื่อเปลี่ยนถ่ายอวัยวะถูกต้องหรือไม่ ลึกไปกว่านั้นใน setting จำลองนี้ โลกทุนิยมได้พาเรามาถึงจุดที่มนุษย์ท้าทายบทบาทของพระเจ้า นั้นควรรือไม่ เมื่อเทียบเข้ากับปรัชญาฝั้งเอเชียอย่างจิตนิยม
หนังสือซีไรต์เล่มนี้เสพง่าย ยอกย้อน เล่นกับความคิดเราไปมา กระเทาะ กระแทกเราทั้งปรัชญาจากฝั่งตะวันตก และพุทธศาสนาในด้านตะวันออก ผูกเล่าออกมาเป็นพล๊อต เป็นนิยายไซไฟที่อดคิดไม่ได้เลยว่าถ้านำมาทำเป็น live action จะหน้าสนใจปานใด
ความบันเทิงมี สนุก ชวนติดตาม และยังพาเราไปขบคิดถึงปรัชญาจากสองซีกโลกว่าเราควรจะมีสติกับกระแสที่เราเผชิญหรือเปล่า
ชวนอ่านต่อกันนะคร้าบบบ ;)
November 6, 2018
"อมตะ"
นิยายไซไฟสัญชาติไทย โดย วิมล ไทรนิ่มนวล (ผู้เขียนเรื่อง คนทรงเจ้า) การันตีคุณภาพโดยรางวัลซีไรต์ ปี พ.ศ. 2543
อ่านสนุก พล็อตดี ภาษาเล่าเรื่องสละสลวยมากๆ อ่านลื่นไหล ได้อารมณ์ สะท้อนด้านมืดของมนุษย์ได้สุดยอด สมกับที่ชนะเลิศซีไรต์ (นักอยากเขียนท่านใดต้องการฝึกฝีมือการเขียน อย่าพลาดครับ)
5/5 คะแนน
นิยายไซไฟสัญชาติไทย โดย วิมล ไทรนิ่มนวล (ผู้เขียนเรื่อง คนทรงเจ้า) การันตีคุณภาพโดยรางวัลซีไรต์ ปี พ.ศ. 2543
อ่านสนุก พล็อตดี ภาษาเล่าเรื่องสละสลวยมากๆ อ่านลื่นไหล ได้อารมณ์ สะท้อนด้านมืดของมนุษย์ได้สุดยอด สมกับที่ชนะเลิศซีไรต์ (นักอยากเขียนท่านใดต้องการฝึกฝีมือการเขียน อย่าพลาดครับ)
5/5 คะแนน
August 17, 2019
กล่าวถึงเรื่องการโคลนนิ่งในประเทศไทย นโยบายรัฐบาลที่จะดำเนินการเกี่ยวกับการโคลนนิ่ง ถือว่าเป็นเรื่องที่ค่อนข้างใหม่สำหรับยุคนั้น แต่เขียนออกมาได้ค่อนข้างชัดเจน เห็นภาพ ส่วนมุมมองของตัวละครที่มีต่อการโคลนนิ่งก็แตกต่างกันไป ประเด็นนี้เขียนออกมาได้ดี ตัวเนื้อเรื่องยังไม่ประทับใจมากนัก
May 12, 2021
เป็นนิยายที่ออกมาตรงกับยุคสมัยในขณะนั้น ซึ่งมีการตั้งคำถามด้านศีลธรรม จริยธรรมเกี่ยวกับการโคลนนิ่งอย่างกว้างขวาง นิยายเล่มนี้จึงสะท้อนประเด็นปัญหาต่างๆ เกี่ยวกับการโคลนนิ่ง...ตอนที่อ่านในขณะนั้น รู้สึกว่าสนุกและทันยุคสมัยดี
January 26, 2022
เป็นนิยายวิทยาศาสตร์ที่สอนธรรมะได้ดี และพร้อมกันก็ใช้วิทยาศาสตร์ท้าทายความเชื่อของศาสนาพุทธได้ดี แม้ตรงจุดที่เป็นเรื่องวิทยาศาสตร์จะมีบ้างที่ขัดความเป็นจริงไปบ้างแต่ก็ถือว่าทำได้ดีในฐานะที่เป็นฝีมือคนไทย ที่สำคัญคือข้อคิดที่มีคุณค่าที่ได้จากการอ่านนิยายเล่มนี้
January 23, 2018
เนื้อเรื่องสนุกดีครับ ชวนติดตาม มีช่วงบีบคั้นอารมณ์อยู่เรื่อยๆ แฝงปรัชญาทางพุทธผสมกับจิตวิทยาบ้าง
อ่านเพลินดีเเละได้แง่คิดครับ
อ่านเพลินดีเเละได้แง่คิดครับ
October 1, 2018
ไม่เห็นด้วยกับหลายความคิดของเรื่อง
แต่ก็คิดว่ามันไม่ได้เลวร้ายอะไรขนาดนั้น
ถ้าคนมันจะมีความสุข มันก็คงจะสุขของมันเองนั้นแหละ
เราว่า.
แต่ก็คิดว่ามันไม่ได้เลวร้ายอะไรขนาดนั้น
ถ้าคนมันจะมีความสุข มันก็คงจะสุขของมันเองนั้นแหละ
เราว่า.
January 6, 2019
That's have a good story inside
November 25, 2019
a good book on Buddhism
Want to Read
March 22, 2017good
January 18, 2023
ในยุคสมัยที่วิทยาการการโคลนนิ่งทำได้แล้ว (แต่ยังไม่ผ่านด้านกฎหมาย) พรหมินทร์นักธุรกิจใหญ่ระดับประเทศ โรงพยาบาล ฟาร์มสัตว์ รวมไปถึงสถาบันวิจัยสิ่งมีชีวิต เขาพยายามผลักดันร่างกฎหมายเกี่ยวกับการโคลนนิ่งมนุษย์ เพื่อนำตัวโคลนเหล่านั้นมาเป็นอะไหล่ เปลี่ยนถ่ายอวัยวะให้เขายังแข็งแรงต่อไป
ในเล่มเซตติ้งคือประเทศไทยคล้ายคลึงสังคมไทยในปัจจุบันอยู่ไม่น้อย ภายใต้โลกแห่งทุนนิยม วัตถุนิยม เกิดเป็นสงครามด้านกฎหมายที่ส่งแรงกระเพื่อมที่ส่งผลต่อสังคม ตัวละครแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ตัวละครหลักค่อนข้างมีมิติ มีเหตุผลของการกระทำ แต่บางตัวก็ไม่ได้มีหลายมุมนัก มาเสริมเพียงให้มีประเด็นแตกแขนง
สำนวนอ่านง่าย คล้ายดูหนังยุคเก่าเซตติ้งไทย (เล่มนี้รางวัลซีไรต์ปี43) เนื้อเรื่องไม่ได้ตีความยากแต่จบปลายเปิด ประเด็นพุทธศาสนา(เราไม่ได้อินเท่าไหร่)ผสานกับวิทยาศาสตร์ถือว่าเบลนได้ดี ท้าทายความคิดอ่านของผู้คนในมุมมองปัจจุบันได้อยู่ ให้ตระหนักถึงจิตวิญญาณที่แท้ของตน กระตุ้นให้เห็นคุณค่าในชีวิต
ระหว่างอ่านเล่มนี้ก็ต้องถามใจตัวเองว่าสิ่งใดผิดถูก สำรวจความเป็นมนุษย์ภายในใจตีโต้ไปกับสิ่งที่มุ่งหวัง สำหรับเรามองว่าการฝืนธรรมชาติไม่ใช่สิ่งที่น่าเห็นด้วย แต่หากวันหนึ่งเราต้องตายเพราะเป็นแค่โคลน เราจะยอมทำเพื่อคนที่ให้กำเนิดเราหรือลุกฮือแก้แค้น เกิดเป็นประเด็นที่อาจจะเถียงกันไปได้อย่างไม่รู้จักจบสิ้น
ในเล่มเซตติ้งคือประเทศไทยคล้ายคลึงสังคมไทยในปัจจุบันอยู่ไม่น้อย ภายใต้โลกแห่งทุนนิยม วัตถุนิยม เกิดเป็นสงครามด้านกฎหมายที่ส่งแรงกระเพื่อมที่ส่งผลต่อสังคม ตัวละครแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ตัวละครหลักค่อนข้างมีมิติ มีเหตุผลของการกระทำ แต่บางตัวก็ไม่ได้มีหลายมุมนัก มาเสริมเพียงให้มีประเด็นแตกแขนง
สำนวนอ่านง่าย คล้ายดูหนังยุคเก่าเซตติ้งไทย (เล่มนี้รางวัลซีไรต์ปี43) เนื้อเรื่องไม่ได้ตีความยากแต่จบปลายเปิด ประเด็นพุทธศาสนา(เราไม่ได้อินเท่าไหร่)ผสานกับวิทยาศาสตร์ถือว่าเบลนได้ดี ท้าทายความคิดอ่านของผู้คนในมุมมองปัจจุบันได้อยู่ ให้ตระหนักถึงจิตวิญญาณที่แท้ของตน กระตุ้นให้เห็นคุณค่าในชีวิต
ระหว่างอ่านเล่มนี้ก็ต้องถามใจตัวเองว่าสิ่งใดผิดถูก สำรวจความเป็นมนุษย์ภายในใจตีโต้ไปกับสิ่งที่มุ่งหวัง สำหรับเรามองว่าการฝืนธรรมชาติไม่ใช่สิ่งที่น่าเห็นด้วย แต่หากวันหนึ่งเราต้องตายเพราะเป็นแค่โคลน เราจะยอมทำเพื่อคนที่ให้กำเนิดเราหรือลุกฮือแก้แค้น เกิดเป็นประเด็นที่อาจจะเถียงกันไปได้อย่างไม่รู้จักจบสิ้น
September 13, 2016
จำได้ลางๆ ว่าตอนม.ต้นครูบอกให้ไปอ่านซีไรต์ (มั้ง? หรือว่าแรดอยากอ่านงานยากๆ บ้าง) ก็เลยเลือกเล่มนี้มาอ่าน
ค่อนข้างชอบนะ แต่คิดว่าตอนนั้นยังเด็ก เลยรู้สึกหวือหวากับเนื้อเรื่องมาก ยิ่งมาเจอตอนจบที่ไม่เฉลยว่าสุดท้ายแล้วผลลัพธ์เป็นไปในทางไหนกันแน่ (แบบหนังฝรั่งเลยที่ชอบผูกปมตอนจบไว้) ก็ยิ่งถูกใจมากขึ้นไปอีก
รู้สึกว่าการเล่าเรื่องมันจะไม่ค่อยตามแบบนิยายไทยเท่าไหร่ (เหมือนไปลอกงานฝรั่งมาแปลมากกว่า ... อุย ใช้คำแรงไปมั้ย) ซึ่งโอเคก็เข้าใจได้ระดับหนึ่งว่าเนื้อเรื่องมันแตกต่างจากนิยายไทยที่เคยอ่าน แต่ก็ทำให้จินตนาการตามยากเหมือนกัน
ใครไม่ค่อยอ่านหนังสือมาก่อนนี่แนะนำเลยนะ แต่ถ้าใครจัดเจนในนิยาย sci-fi แล้วก็ข้ามๆ ไปเหอะ (ให้ 4 ดาวเพราะคิดว่าตอนที่อ่านคงให้คะแนนเท่านี้แหละ ถ้าให้อ่านและให้คะแนนตอนนี้ก็คงลดลงไปเยอะ)
ค่อนข้างชอบนะ แต่คิดว่าตอนนั้นยังเด็ก เลยรู้สึกหวือหวากับเนื้อเรื่องมาก ยิ่งมาเจอตอนจบที่ไม่เฉลยว่าสุดท้ายแล้วผลลัพธ์เป็นไปในทางไหนกันแน่ (แบบหนังฝรั่งเลยที่ชอบผูกปมตอนจบไว้) ก็ยิ่งถูกใจมากขึ้นไปอีก
รู้สึกว่าการเล่าเรื่องมันจะไม่ค่อยตามแบบนิยายไทยเท่าไหร่ (เหมือนไปลอกงานฝรั่งมาแปลมากกว่า ... อุย ใช้คำแรงไปมั้ย) ซึ่งโอเคก็เข้าใจได้ระดับหนึ่งว่าเนื้อเรื่องมันแตกต่างจากนิยายไทยที่เคยอ่าน แต่ก็ทำให้จินตนาการตามยากเหมือนกัน
ใครไม่ค่อยอ่านหนังสือมาก่อนนี่แนะนำเลยนะ แต่ถ้าใครจัดเจนในนิยาย sci-fi แล้วก็ข้ามๆ ไปเหอะ (ให้ 4 ดาวเพราะคิดว่าตอนที่อ่านคงให้คะแนนเท่านี้แหละ ถ้าให้อ่านและให้คะแนนตอนนี้ก็คงลดลงไปเยอะ)
Displaying 1 - 17 of 17 reviews















