Osh’s Reviews > The Bitcoin Standard: The Decentralized Alternative to Central Banking > Status Update
Osh
is on page 100 of 304
https://mises.org/library/90-years-ag...
ตัวอย่างจาก Hyperinflation ใน Weimar ก็ทำให้ผมอยากรู้ว่า ถ้าเราเปลี่ยนมาตรฐานการใช้สกุลเงินเป็นตัวใหม่ ซึ่งมี money supply ที่จำกัด สมมติเป็น Bitcoin คำถามคือ แล้วถ้าเราเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในอนาคตอีก ซึ่งผมไม่รู้ว่าคืออะไร เราจะใช้ช่องทางด้าน Monetary Policy กับ Fiscal Policy แก้ปัญหาอย่างไร ถ้าเราไม่มี Central Bank อีกแล้ว
— Apr 02, 2022 10:10AM
ตัวอย่างจาก Hyperinflation ใน Weimar ก็ทำให้ผมอยากรู้ว่า ถ้าเราเปลี่ยนมาตรฐานการใช้สกุลเงินเป็นตัวใหม่ ซึ่งมี money supply ที่จำกัด สมมติเป็น Bitcoin คำถามคือ แล้วถ้าเราเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในอนาคตอีก ซึ่งผมไม่รู้ว่าคืออะไร เราจะใช้ช่องทางด้าน Monetary Policy กับ Fiscal Policy แก้ปัญหาอย่างไร ถ้าเราไม่มี Central Bank อีกแล้ว
Like flag
Osh’s Previous Updates
Osh
is on page 40 of 304
มีหลายเรื่องที่ผมสงสัยเกี่ยวกับสกุลเงินใหม่ที่หลายคนอยากได้มาเป็นบรรทัดฐานใหม่ของโลกเกี่ยวกับ Monetary Policy ในอนาคต และหวังว่าเล่มนี้จะมีคำตอบให้ผมนะ
— Apr 02, 2022 03:22AM



เข้าใจว่า Hyperinflation นั้นสาเหตุก็มาจากนโยบายทางการเงินที่ผิดพลาดของทางฝั่งผู้มีอำนาจใน Weimar เอง แต่วิกฤติเหล่านั้น สุดท้ายมันก็สามารถแก้ปัญหาได้ เพราะสุดท้าย Central Bank ก็หาวิธีแก้จนได้
ผมก็สงสัย เพราะเรายังมี central bank เรายังมี government อยู่ เราจึงมีนโยบายต่าง ๆ ที่คอยช่วย incentive ตลาดในบางช่วง หรือบางครั้งก็ลดความร้อนแรงของตลาดไม่ให้เกิดฟองสบู่ในบางครั้ง
ผมก็เลยไม่เห็น point ว่า แล้วถ้าเกิดในอนาคต มีวิกฤติหรือปัญหาใด ๆ เกิดขึ้นมาอีก (ซึ่งผมก็ไม่มีทางรู้ในตอนนี้ และผมก็จะไม่เสียเวลา Time the market ด้วย) แล้วถ้าเราไม่มีรัฐบาล เราไม่มีธนาคารกลาง ใครล่ะจะมาช่วยเราในการแก้วิกฤตินั้น ๆ
ผมก็ยังมองไม่เห็น point ว่า แล้วทำไมเราไม่ควรมีองค์กรที่จะมาช่วย organize ระบบให้ยังคงทำงานต่อไปได้ และเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความโกลาหล และนั่นก็คือเสน่ห์ของเผ่าพันธ์ Homo Sapien ไม่ใช่หรือ เรามี system และ sub-system ที่สามารถ cooperateกันได้อย่าง efficient ที่สุด นั่นจึงเหตุให้เรากลายมาเป็นเผ่าพันธุ์ที่สามารถปกครองโลกนี้ได้
ผมก็ยังไม่เห็นประเด็นที่โลกเราจะต้องกลับไปสู่ยุคแบบอนารยชน หรือสังคมไร้รัฐ แน่นอน แนวความคิดแบบ Henry David Thoreau นั้นน่าสนใจ แต่เราจะแน่ใจได้อย่างไรว่ามนุษย์ทุกคนจะมีสติปัญญาและเหตุผลเท่าเขา
ผมก็ชอบ Hayek นะ เพราะนักเศรษฐศาสตร์ที่ผมชอบที่สุดตลอดกาลก็คือ Milton Friedman แต่ในประวัติศาสตร์ และในยุคศตวรรษที่ 20 ก็ไม่ได้มีนักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังแค่คนสองคน ในยุคนั้นก็ยังมี Paul Samuelson นักเศรษฐศาสตร์ระดับตำนานที่ไม่ได้มีความคิดตรงกันกับสำนักเศรษฐศาสตร์ออสเตรียนหรือชิคาโก ซึ่งหลายครั้ง เหตุผลที่ Samuelson ยกขึ้นมา ทั้งโลกก็ยังต้องฟัง
และในยุคนี้ก็มีนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลชื่อกระฉ่อนโลกหลายท่านที่เป็น expert ด้าน Monetary Economics
ผมมองว่าเรามีวิธีคิดทางเศรษฐศาสตร์หลากหลายให้วิเคราะห์อ่ะครับ เพราะบางสำนักเค้าก็ไม่ได้มองเห็นประโยชน์ของ Bitcoin ในการมาใช้แทนสกุลเงินหลักจริง ๆ คือโลกนี้ไม่ได้หมุนรอบสำนักออสเตรียนนะครับ แต่ผมก็ไม่ได้ด้อยค่า Bitcoin นะ เพราะผมก็มี Bitcoin จำนวนหนึ่ง 555
แต่ผมคิดว่าเรื่องนี้เราควรมี Balance Information อ่ะ เพราะผมก็ยังไม่เห็น Professor เศรษฐศาสตร์ระดับโลก ทั้งที่ได้ Nobelและไม่ได้ (ซึ่งพวกนี้ส่วนใหญ่เค้าก็ยึดมั่นตามหลักวิชาการและทฤษฎีอยู่แล้ว) ออกมาพูดเชียร์ Bitcoin อย่างสุดโต่งเลย
และตัวผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ก็ไม่ได้เป็น Professor of Economics ระดับโลกซะด้วยสิ ผมอ่านหนังสือเล่มนี้ไปจะครึ่งเล่ม ผมก็รู้สึกว่า ผมอ่าน Texbook ของ Gregory Mankiw แล้วรู้สึกได้ประโยชน์มากกว่าอ่ะครับ แต่ไม่ได้หมายความว่าหนังสือเล่มนี้ไม่ดีนะ ผมก็ได้มุมมองใหม่ ๆ จาก Bitcoin supporters พอสมควร
ผมอาจจะผิดก็ได้ครับ แต่ผมก็ซื้อหนังสือเล่มนี้มาอ่านเพราะอยากจะรู้ว่า ถ้าในอนาคต ถ้าเราเจอวิกฤติเศรษฐกิจอีกรอบ แล้วเมื่อนั้น Bitcoin คือสกุลเงินหลักของโลก ที่ไม่มีใครสามารถควบคุม Money Supply ได้ ช่องทาง Monetary Policy จะมาช่วยแก้ปัญหาวิกฤตินั้น ๆ อย่างไร หรือว่าเพราะการมี Monetary Policy จาก Central Bank ตั้งแต่แรกนั่นแหละคือส่วนหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหากันแน่ ผมก็ไม่รู้จริง ๆ ครับ